​นายกฯ เยี่ยมชมนิทรรศการ กระทรวงการคลังขับเคลื่อน SMEs ไทย สู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน ชื่นชม SMEs ไทย ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (24 มกราคม 2566) เวลา 08.45 น. ณ บริเวณโถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี คณะผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ผู้บริหารบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พร้อมด้วยผู้บริหาร บริษัท โกลด์มิลค์ จำกัด และผู้ประกอบการสวนส้มปรีชาฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อประชาสัมพันธ์นิทรรศการ “กระทรวงการคลังขับเคลื่อน SMEs ไทย สู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน” ซึ่ง ธ.ก.ส. และ บสย. ได้สนับสนุนแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในการพัฒนาธุรกิจภายใต้ BCG Model โดยมี นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมนิทรรศการ ธ.ก.ส. ที่ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการสวนส้มปรีชาฝาง ซึ่งเป็นต้นแบบการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำผลงานวิจัยมาลดต้นทุนและเพิ่มมาตรฐานผลผลิต ทำให้ส้มสายน้ำผึ้งมีคุณภาพดี ปลอดจากสารเคมี นอกจากนี้ยังมีการนำวัตถุดิบเหลือใช้ทั้งเปลือกส้ม เมล็ดส้ม มาแปรรูปต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นแบบอย่างในการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้หลัก BCG Economy Model เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า มีการจัดการดินและระบบน้ำ การลดขยะจากต้นทางสร้าง Zero waste เน้นนำผลิตภัณฑ์ชุมชนมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่งดงามมีเอกลักษณ์ พร้อมเชื่อมต่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กระตุ้นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน โดย ธ.ก.ส. พร้อมเติมทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำผ่านสินเชื่อในรูปแบบต่าง ๆ และพร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการด้านการเกษตรที่มีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการลงทุนที่ตอบโจทย์ในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายมากขึ้น ผ่านสินเชื่อเสริมแกร่ง SME เกษตร วงเงิน 30,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่สามารถเติมเต็มศักยภาพในการผลิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมนิทรรศการ “บสย.ขับเคลื่อน SMEs ไทย สู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ” ซึ่ง บสย. ให้การค้ำประกันสินเชื่อ ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบันรวมเป็นวงเงินรวมกว่า 100 ล้านบาท โดยในส่วนของการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม บสย. ได้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการได้พัฒนาธุรกิจ ยกระดับจากนมโรงเรียนสู่ฟาร์มโคนมมาตรฐานระดับโลกเป็นผลสำเร็จ สามารถนำเงินทุนต่อยอดขยายธุรกิจ ยกระดับก้าวสู่ฟาร์มโคนมมาตรฐานโลกหนึ่งเดียวในภูมิภาคเอเชียที่กำลังก้าวสู่ BCG Model เพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน มีการนำหลักการบริหารจัดการมาใช้ตลอดห่วงโซ่อุปทานร่วมกับเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนม ควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นเพื่อยกระดับสู่ฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียและมีมาตรฐานการผลิตระดับโลก นอกจากนี้ยังตั้งเป้าหมายการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้ BCG Model และก้าวไปสู่ Zero waste ด้วย

“นายกรัฐมนตรีชื่นชมผลการดำเนินงานที่หน่วยงานของรัฐได้เข้าไปมีส่วนช่วยสนับสนุนและดูแลผู้ประกอบการ เพิ่มโอกาส เติมเต็มศักยภาพทางการเงินและให้คำปรึกษา รวมทั้งการช่วยเหลือลูกหนี้เพื่อการแก้ปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน ซึ่งจะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติผ่านโครงการประกันสินเชื่อต่าง ๆ เน้นย้ำกระบวนการผลิตต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงความต้องการของตลาด รวมทั้งคุณภาพของผลผลิตและการใช้พื้นที่เพาะปลูกที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมขอให้เป็นโครงการนำร่องสู่เกษตรกรกลุ่มอื่น ๆ ในห่วงโซ่เดียวกัน ร่วมดูแลเกษตรกร และผู้ประกอบการไปด้วยกัน  นอกจากนี้ การพัฒนาจากโรงนมโรงเรียนสู่ฟาร์มโคนมระดับโลก และเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วย BCG Model พร้อมแก้ไขปัญหามลพิษเพื่อลดผลกระทบต่อโลกอย่างยั่งยืนนั้น ยังสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่มุ่งส่งเสริมการเติบโตโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง นับเป็นความสำเร็จของการขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาล ที่มีความมุ่งมั่นยกระดับรายได้ของเกษตรกร รวมทั้งการส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิต แปรรูป เพิ่มมูลค่าขยายฐานลูกค้า ควบคู่กับการดูแลด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเชื่อมโยงเครือข่ายต่าง ๆ เข้าสนับสนุนทั้งด้านความรู้และด้านการตลาดภายใต้หลัก BCG โมเดล ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิต สร้างงาน และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน” นายอนุชาฯ กล่าว
ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/64086



คะแนนโหวต :