กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


ข่าวฝาก >> กิจกรรม
โครงการรถเมล์ 3 พันกว่าคันส่อทุจริต เสนอ คมนาคมต้องตรวจสอบและทบทวน

วันที่ 30 มิ.ย. 2557 (จำนวนคนอ่าน 449 คน)
 

เครือข่ายรถเมล์เพื่อประชาชน เครือข่ายผู้บริโภคแฉ
โครงการรถเมล์ 3 พันกว่าคันส่อทุจริต เสนอ คมนาคมต้องตรวจสอบและทบทวน


จากติดตามข้อมูลโครงการ "จัดซื้อรถโดยสารใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน ๓,๑๘๓ คัน” ของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ภายใต้กระทรวงคมนาคม โดย เครือข่ายรถเมล์เพื่อประชาชน และเครือข่ายผู้บริโภคมาโดยตลอด พบว่าโครงการดังกล่าวไม่คุ้มค่าการลงทุน มีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริตและผิดกฎหมาย และเป็นการลงทุนที่ล้าหลังไม่เอื้ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยสำหรับประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม

วันนี้ ( ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๗ ) ที่ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ "เครือข่ายรถเมล์เพื่อประชาชน ทุกคนขึ้นได้ทุกคัน” ประกอบด้วย สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย สภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ สภาศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการประเทศไทย มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย มูลนิธิเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ และสมาชิกเว็บไซต์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง หรือ change.org ได้จัดแถลงข่าวเปิดเผยข้อมูลกรณีการจัดซื้อรถโดยสารใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน ๓,๑๘๓ คัน ถึงนความไม่โปร่งใส โดยมีข้อมูลรายละเอียดดังนี้

๑. ไม่คุ้มค่าการลงทุนและไม่ตอบสนองต่อการฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ด้วย ขสมก. มีภาระหนี้สินสะสมประมาณ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท การจัดซื้อรถครั้งนี้ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของค่าใช้จ่ายที่แฝงอยู่นอกจากการจัดซื้อรถมูลค่า ๑๓,๑๖๒ ล้านบาท ซึ่งค่าใช้จายแฝงจะประกอบไปด้วยมีค่าซ่อมบำรุงประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ไม่รวมกับ ค่าอะไหล่ ค่าดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมเป็นเงิน โดยที่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้จะทำให้ ขสมก. มีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นโดยไม่มีการนำเสนอข้อมูลแนวทางแก้ไขปัญหาภาระหนี้สะสมที่เป็นรูปธรรม แต่กลับจะเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตในการจ้างเหมาซ่อมบำรุง การเบิกจ่ายอะไหล่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ดังที่ปรากฏเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง

๒. มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต น่าจะขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต การประกาศร่างบันทึกข้อตกลง(TOR) ทั้ง ๑๐ ครั้ง ของ ขสมก. ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)ทักท้วงเรื่องรายละเอียดการกำหนดราคากลาง และการเปิดช่องให้มีการนำรถแบบชานสูงเข้าประมูลในการจัดซื้อรถโดยสารธรรมดาหรือรถร้อนจำนวน ๑,๖๕๙ คัน ด้วยการอ้างเหตุผลที่ขัดแย้งกับความเป็นจริงไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้รถในภาวะน้ำท่วม ราคาแพงเกินกว่าราคากลาง และปัญหาสภาพถนนที่รถชานต่ำใช้ไม่ได้ จึงน่าสงสัยว่าจะเป็นการล๊อคสเปคเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจบางแห่ง
การที่ ขสมก. ไม่กำหนดการคำนวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้ น่าจะผิด พ.ร.บ. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๐ และ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔) มาตรา ๑๐๓/๗ และน่าจะขัดคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๖๙/๒๕๕๗ เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบที่ระบุให้หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ในการควบคุม กำกับดูแล การดำเนินงานให้เป็นไปตามบทบัญญัติฯ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ อย่างเคร่งครัด

๓. เป็นการลงทุนที่ล้าหลังไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ด้วยมาตรฐานรถโดยสารในเมือง (City Bus) ทั่วโลกต่างใช้รถโดยสารแบบชานต่ำหรือรถเมล์ไร้บันได ด้วยเป็นการประหยัดพลังงาน ผู้โดยสารขึ้นลงสะดวกปลอดภัย และเอื้ออำนวยความสะดวกแก่คนพิการ ผู้สูงอายุ แม่ลูกอ่อนที่มีเด็กบนรถเข็น และผู้ใช้จักรยาน เป็นต้น แต่ ขสมก. กลับเปิดช่องให้นำรถแบบชานสูงติดตั้งลิฟท์ยกรถเข็นซึ่งเป็นรถโดยสารระหว่างเมือง (Inter-City Bus) มาใช้เป็นรถโดยสารในเมือง เป็นการลงทุนที่ล้าหลังไม่เอื้ออำนวยความสะดวกสำหรับประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม

หาก คสช. เห็นชอบโครงการซื้อรถเมล์ ๓,๑๘๓ คันตามที่ ขสมก. และกระทรวงคมนาคมเสนอ จะเป็นการสร้างจุดด่างพร้อยให้แก่ คสช. ผู้ที่ได้รับประโยชน์น่าจะเป็นเพียงกลุ่มนักการเมืองและข้าราชการที่ฉ้อฉน ส่วนประชาชนต้องแบกภาระหนี้สินของ ขสมก. ที่จะเพิ่มขึ้นปีละร่วมหมื่นล้านบาท จะมีประชาชนตกรถเมล์ตาย คนพิการหรือแม่ลูกอ่อนที่ใช้ลิฟท์ยกรถเข็นจะเป็นจำเลยของสังคมที่ขึ้นลงรถเมล์แต่ละครั้ง ๕ – ๑๐ นาที

เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและวางรากฐานที่ดีให้แก่กิจการ ขสมก. เพื่อบริการขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพ ภาคีเครือข่ายรถเมล์เพื่อประชาชนฯ พร้อมด้วยเครือข่ายเพื่อ ขอเรียนไปยัง คสช. ผ่านสื่อมวลชน ให้เร่งฟื้นฟูกิจการรถเมล์พร้อมทั้งจัดหารถเมล์ใหม่อย่างโปร่งใสที่ทุกคนใช้ได้อย่างสะดวกปลอดภัย หากดำเนินการอย่างจริงจังตรงไปตรงมาสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายใน ๖ เดือน ทั้งนี้ภาคีเครือข่ายฯ มีข้อมูลอย่างเพียงพอที่จะสนับสนุนการทำงานของ คสช. อย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน 


การแถลงข่าว
อาจารย์อุดมโชค ชูรัตน์ ประธานภาคีเครือข่ายฯ
รศ.ดร. ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ อดีตคณะบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิชาการที่ติดตามเรื่องการจัดซื้อรถเมล์อย่างต่อเนื่อง แถลงการกระทำที่น่าจะผิดกฎหมายและพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต พร้อมทั้งประเด็นเรื่องความคุ้มค่าการลงทุน
คุณสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แถลงการสรุปและเสริมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสิทธิประชาชน และเน้นย้ำสิ่งที่ คสช. ควรดำเนินการ
พร้อมด้วยสมาชิกภาคีเครือข่ายผู้สูงอายุ คนพิการ สตรี เด็กและเยาวชน นิสิตนักศึกษา ฯลฯ
 
*************




เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode