กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


สาระน่ารู้
ดื่ม...ไม่ลืมสุขภาพ

วันที่ 20 มิ.ย. 2557 (จำนวนคนอ่าน 221 คน)
 

ดื่ม...ไม่ลืมสุขภาพ (MODERNMOM)
 
 

 
เรื่อง : ข้าวปุ้น
ขึ้นชื่อว่าน้ำ.. ดื่มยังไง้ ยังไงก็ย่อมเป็นน้ำ แต่ถ้าดื่มแบบดับกระหายและได้สุขภาพพ่วงมาด้วย ก็ต้องมาดูกันล่ะว่าดื่มอะไร แค่ไหนและอย่างไร

ปกติร่างกายคนเราแต่ละคนต้องการน้ำปริมาณแตกต่างกันไปตามอายุ น้ำหนักตัว กิจกรรมที่ทำ ชนิดอาหาร ปริมาณเครื่องปรุงรสที่กิน รวมถึงสภาพอากาศ แล้วต่อวันเราควรได้รับน้ำเท่าไหร่ ถ้าให้ง่ายก็ยืดหลักสมดุลเข้าไว้ค่ะ คือปริมาณน้ำที่รับเข้าต้องสมดุลและไม่น้อยกว่าปริมาณน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป อย่างถ้าวันไหนที่อากาศร้อนจัด ๆ หรือวันที่เราออกกำลังกาย เป็นไข้ ท้องเสีย อาเจียน เราควรดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ เป็นต้น

นอกจากเรื่องปริมาณแล้ว ยังมีทริกเล็ก ๆ ของการดื่มแบบไม่ลืมสุขภาพดังนี้ค่ะ
น้ำเปล่า...ราชินีเครื่องดื่ม : น้ำเปล่าธรรมดา ๆ นี่แหละ สุดยอดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ควรดื่มเป็นประจำ แต่ถ้าอยากเปลี่ยนรสชาติให้ชีวิตบ้าง น้ำผลไม้สด ๆ ไม่แยกกาก ไม่เติมน้ำตาลเหมาะเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งค่ะ ส่วนบรรดาน้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำชาพร้อมดื่ม ถ้าอดใจไม่ไหวจะดื่มดับกระหาย เพิ่มความสดชื่นเป็นครั้งคราวบ้างก็ได้ แต่ระวังอย่าให้มากเกิน เพราะไตต้องทำงานหนัก แถมยังได้ของแถมเป็นพลังงานส่วนเกินจากน้ำตาลเป็นไขมันเกาะตามร่างกายอีกด้วย

จิบบ่อย ๆ : อย่าเห็นความสำคัญหรือนึกถึง "น้ำ" แค่ช่วงหลังมื้ออาหาร และตอนกระหายเท่านั้น และไม่ว่าสูตรลับ เลขเด็ดการดื่มของคุณจะเป็น 6 แก้ว 8 แก้ว 10 แก้ว หรือ 2 ลิตรต่อวัน คุณไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำปริมาณขนาดนั้นแบบรวดเดียวหรือคราวละมาก ๆ เพราะร่างกายยังไม่ทันได้ดูดซึม น้ำก็ไหลรวดเดียวไปเป็นปัสสาวะออกจากร่างกายไปแล้ว และยังอาจเกิดอาการจุก เสียด อึดอัดท้องได้ ทางที่ดีมีน้ำอยู่ใกล้ ๆ มือไว้จิบทีละน้อยแต่บ่อยครั้งโดยไม่จำเป็นต้องรอให้กระหายน้ำ
อุณหภูมิก็สำคัญ : น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องเหมาะสมกับกระบวนการภายในร่างกายคนเราเป็นที่สุด ทั้งช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ทำให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ช่วยเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงสารอาหารเป็นพลังงาน และการดื่มน้ำอุ่นยังช่วยละลายเสมหะและบรรเทาอาการเจ็บคอให้เราได้ในยามที่หวัดมาเยือน
 

เรื่องสำคัญยามเช้า : ยามเช้าเป็นเวลาทองที่ร่างกายขับสารพิษได้ดีที่สุด ดังนั้นหลังตื่นนอน ก่อนแปรงฟัน ควรดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิปกติอย่างน้อย 1 แก้ว และก่อนนอนไม่ควรดื่มน้ำมาก ๆ เพราะจะมีผลให้นอนหลับไม่สนิท

ละเลิก ข้าวคำน้ำคำ : ใครที่มีพฤติกรรมการกินแบบข้าวคำน้ำคำ เชิญชวนให้ปรับค่ะ เพราะมันอาจสร้างปัญหาให้ระบบย่อยและระบบดูดซึมอาหารได้ เพราะน้ำจะเข้าไปเจือจางเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อย ส่งผลให้ระบบย่อยทำงานได้ไม่เต็มที่ อาหารไม่ย่อยและท้องอืด และไม่ควรดื่มน้ำทันทีเมื่อกินอิ่ม ควรเว้นระยะไปสัก 15-30 นาที และถ้าไม่อยากท้องอืดท้องเฟ้อ อย่าดื่มน้ำเย็นจัดหลังมื้ออาหารค่ะ
งดรสจัด : อาหารรสจัดจ้านมาก ๆ เว้นวรรคห่าง ๆ บ้างก็ดี เพราะอาหารรสจัดทำให้รู้สึกกระหายน้ำมากกว่าปกติและไตก็ต้องรับศึกหนักกับการกรอง

หิวเหนื่อยพักก่อน : ถ้าคุณกำลังเหนื่อยและกระหายน้ำอย่างหนัก อย่าเพิ่งดื่มน้ำทันที และไม่ควรดื่มน้ำปริมาณมาก ๆ แบบรวดเดียว เพราะร่างกายจะปรับตัวไม่ทันทำให้อวัยวะภายในเกิดอาการผิดปกติได้ ทางที่ดีพักให้หายเหนื่อยก่อน แล้วใช้วิธีอมน้ำไว้ในปากสักครู่แล้วค่อย ๆ กลืนทีละน้อยค่ะ
คลายป่วยด้วยน้ำ : เมื่อรู้สึกไม่สบายเนื้อ ไม่สบายตัว เช่น ปวดหัว เหนื่อย อ่อนเพลีย ท้องผูก เครียด ดื่มน้ำสิคะ ช่วยคุณผ่อนคลายจากอาการเหล่านั้นได้ หลังออกกำลังการถ้ารู้สึกโหวงเหวง มึนงง ควรดื่มน้ำเกลือแร่แทนน้ำเปล่า

สำหรับวิธีที่รู้ว่าร่างกายขาดน้ำหรือไม่ ระดับน้ำในตัวเพียงพอหรือเปล่า สีของน้ำจากร่างกายคุณบอกได้ ถ้าปัสสาวะเป็นสีเหลืองอ่อน ๆ ปริมาณมากแสดงว่าปริมาณน้ำในร่างกายเพียงพอแล้ว แต่ถ้าปัสสาวะออกมาน้อยสีเหลืองเข้ม มันก็ฟ้องว่าร่างกายคุณกำลังขาดน้ำค่ะ
ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ แต่ที่ยากคือทำยังไงไม่ให้ลืม เพื่อให้การดื่มน้ำของคุณเป็นดื่มเพื่อสุขภาพดีค่ะ
http://health.kapook.com/view67837.html
*************************



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode