กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


ข่าวฝาก >> ธุรกิจ
นีลเส็นเผย ผู้บริโภคทั่วโลกเต็มใจซื้อสินค้าและบริการจากบริษัทที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคม

วันที่ 17 มิ.ย. 2557 )
 
นิวยอร์ก--(บิสิเนส ไวร์)--17 มิ.ย. 2557

ผลวิเคราะห์ด้านการค้าปลีกจากทั่วโลกเผ ยอดขายของแบรนด์ต่างๆเพิ่มสูงขึ้น หากมีการระบุถึงความยั่งยืนบนบรรจุภัณฑ์ หรือแบรนด์นั้นๆทำตลาดเชิงรุกเกี่ยวกับการดำเนินการที่แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบที่มีต่อสังคม

ผลการสำรวจครั้งล่าสุดโดยนีลเส็น (Nielsen) เผยให้เห็นว่า 55% ของผู้บริโภคออนไลน์ใน 60 ประเทศทั่วโลกเต็มใจที่จะจ่ายมากกว่าเดิมให้กับผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทที่ให้ความสำคัญต่อผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมสูงที่สุดนั้น อยู่ที่เอเชียแปซิฟิค (64%), ละตินอเมริกา (63%) และตะวันออกกลาง/แอฟริกา 63% สำหรับตัวเลขของอเมริกาเหนือและยุโรปอยู่ที่ 42% และ 40% ตามลำดับ

"ผู้บริโภคทั่วโลกต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป้า หมายทางสังคมของแบรนด์นั้นถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า” เอมี เฟนตัน ผู้บริหารระดับโลก แผนกการพัฒนาและความยั่งยืนสาธารณะของนีลเส็นเปิดเผยว่า "พฤติกรรมแบบนี้มีมากขึ้นและเปิดทางให้เกิดผลพวงที่มีนัยสำคัญให้กับสังคมของเรา นอกเหนือไปจากการเพิ่มการบอกต่อเรื่องแบรนด์”

สำหรับการสำรวจทั่วโลกเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) นั้น นีลเส็นได้ทำการสำรวจผู้บริโภค 30,000 คน ใน 60 ประเทศ* เพื่อศึกษาว่า: ผู้บริโภคให้ความสนใจแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนมากน้อยเพียงใดเมื่อต้องตัดสินใจเลือกซื้อ ผู้บริโภคกลุ่มใดที่สนับสนุนการดำเนินการเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือความรับผิดชอบต่อสังคมมากที่สุด และประเด็น/สาเหตุใดในทางสังคมที่ทำให้ใส่ใจที่สุด

ผู้ตอบสำรวจเกินครึ่งทั่วโลก (52%) ระบุว่า ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ตนเองได้ซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการอย่างน้อย 1 อย่าง จากบริษัทที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยผู้ตอบสำรวจในละตินอเมริกา (65%), เอเชียแปซิฟิค (59%) และ ตะวันออกกลาง/แอฟ ริกา (59%) อยู่เหนือกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก ขณะที่ 4 จาก 10 ผู้ตอบสำรวจในอเมริกาเหนือและยุโรประบุว่า ตนเองซื้อผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา

ความพยายามในการเสริมสร้างความยั่งยืน และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมสามารถกระตุ้นกำไรจากผลประกอบการได้

การค้นหาผู้บริโภคจากทั่วโลกที่บอกว่า ตนเองใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือยากจนค่นแค้นนั้นเป็นเรื่องค่อนข้างง่าย แต่ความใส่ใจเกี่ยวกับประเด็นเหล่านั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นการกระทำได้หรือไม่ เมื่อถึงคราวที่พวกเขาต้องตัดสินใจซื้อ?

ผู้ตอบแบบสำรวจของนีลเส็นราว 52% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกระบุว่า การตัดสินใจซื้อของตนเองขึ้นอยู่กับการบรรจุหีบห่อผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่ง โดยพวกเขาจะตรวจสอบฉลากสินค้าเป็นอันดับแรกก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่า แบรนด์นั้นๆมุ่งมั่นที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม การตัดสินใจซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้รับอิทธิพลจากบ รรจุภัณฑ์มากที่สุด ซึ่งสามารถแบ่งตามภูมิภาคได้ดังนี้ ในเอเชียแปซิฟิก (63%) ละตินอเมริกา (62%) ตะวันออกกลาง/แอฟริกา (62%) ยุโรป (36%) และสุดท้ายคือ อเมริกาเหนือ (32%)

นอกจากนี้ นีลเส็นได้ทบทวนข้อมูลยอดค้าปลีกของกลุ่มสินค้าประเภทที่บริโภคได้ และบริโภคไม่ได้ จำนวน 20 แบรนด์ใน 9 ประเทศ เพื่อตรวจสอบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีพฤติกรรมการซื้อสินค้าตรงกับความคิดเห็นในแบบสำรวจหรือไม่ แบรนด์เหล่านี้ประกอบด้วยแบรนด์ที่อ้างอิงถึงการสร้างความยั่งยืนบนบรรจุภัณฑ์ หรือประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังในรูปแบบกลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ ผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ในเดือนมีนาคม 2557 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ที่ระบุถึงการสร้างความยั่งยืนบนบรรจุภัณฑ์มียอดขายเฉลี่ยต่อปีเพิ่มขึ้น 2% และผลิตภัณฑ์ที่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมสร้างเสริมความยั่งยืนผ่านทางโครงการด้านการตลาดมียอดขายต่อปีเพิ่มขึ้น 5% ส่วนแบรนด์อีก 14 รายการที่ไม่ได้ส่งเสริมเรื่องการสร้างความยั่งยืนทั้งบนบรรจุภัณฑ์ และการจัดกิจกรรมทางการตลาดนั้นมียอดขายเพิ่มขึ้นเพียง 1%

  ; กลุ่มกระแสหลักที่คำนึงถึงความยั่งยืน

เพื่อเป็นการแบ่งกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมไม่มากนักออกจากกลุ่มผู้บริโภคที่มีความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมสูง ทางสถาบัน Natural Marketing Institute (NMI) ซึ่งมีส่วนร่วมในโครงการธุรกิจเชิงกลยุทธ์ของนีลเส็น จึงได้จัดทำการวิจัยแบบออนไลน์ใน 9 ประเทศ เพื่อทำความเข้าใจถึงวิถีที่เปลี่ยนไปในเรื่องทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกที่มีต่อความยั่งยืน โดยบรรดาผู้บริโภคถูกแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มด้วยกัน เพื่อจำแนกว่าปัจจัยใดที่ดึงดูดให้ผู้บริโภคเหล่านี้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อความยั่งยืน

ผลการสำรวจค้นพบว่า สองในสามของกลุ่มประชากรกระแสหลักที่คำนึงถึงความยั่งยืน (คิดเป็นสัดส่วนสามในห้ากลุ่มหลัก) มีพฤติกรรมเลือกผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่ยั่งยืน มากกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วๆไป ผู้บริโภคกลุ่มนี้จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากที่สุดตามกำลังซื้อ และมีพฤติกรรมเลือกซื้อที่เปลี่ยนไป เพื่อลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศให้ ได้มากที่สุด นอกจากนี้ ผู้บริโภคกลุ่มนี้ยังมีแนวโน้มสูงที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องจากบริษัทผู้ผลิต หากผู้บริโภคทราบว่า บริษัทนั้นๆใส่ใจในผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและสังคม

ประชากรกลุ่ม Millennial (อายุ 21-34) มีการตอบสนองต่อความยั่งยืนมากกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ โดยในจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกจากการสำรวจของนีลเส็น ที่มีการตอบสนองต่อความยั่งยืน ครึ่งหนึ่งเป็นประชากรกลุ่ม Millennial ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 51% ของผู้ที่ประสงค์จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้น เพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนเรื่องความยั่งยืน และคิดเป็น 51% ของกลุ่มที่ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ของสินค้าซึ่งมีการติดฉลากระบุถึงความยั่งยืน

เมื่อแยกเป็นรายภูมิภาคแล้ว พบว่า มีช่องว่างระหว่างกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามวัยรุ่นและผู้สูงวัยมากทีเดียว ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และตะวันออกกลาง/แอฟริกา โดยในภูมิภาคที่กำลังพัฒนาในวงกว้างนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่ม Millennial ที่คำนึงถึงความยั่งยืนนั้น ให้การยอมรับการกระทำที่นำไปสู่ความยั ่งยืนมากกว่ากลุ่ม Generation X (อายุ 35-49) ถึง 3 เท่าโดยเฉลี่ย และมากกว่ากลุ่ม Baby Boomer (วัย 50-64) มากกว่าถึง 12 เท่าโดยเฉลี่ย

เฟนตัน กล่าวว่า "คงไม่ต้องสอบถามกันแล้วว่า เหล่าผู้บริโภคให้ความสำคัญต่อผลกระทบทางสังคมหรือไม่ ผู้บริโภคมีความใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง และพร้อมที่จะแสดงให้เห็นผ่านการกระทำ ปัจจุบันนี้ จุดสนใจหลักจะอยู่ที่แนวทางในการสร้างคุณค่าร่วมกันกับแบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการผนวกรวมอุดมการณ์ทางสังคม เข้ากับกลุ่มลูกค้าอย่างเหมาะสม”

*หมายเหตุ : ผลสำรวจจากการวิจัยนี้ อ้างอิงจากผู้ตอบแบบสอบถามที่เข้าถึงแบบออนไลน์ใน 60 ประเทศ แม้ว่าวิธีการสำรวจแบบออนไลน์ได้ให้ภาพขนาดใหญ่และเข้าถึงผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลก แต่ก็นำเสนอเพียงมุมมองพฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีอยู่เดิม ไม่ใช่ประชากรทั้งหมด ในขณะที่ตลาดกำลังพัฒนาซึ่งการเข้าถึงแบบออนไลน์ยังคงขยายตัว กลุ่มผู้ใช้อาจมีอายุน้อยกว่า และมีฐานะดีกว่าประชากรทั่วไปในประเทศ นอกจากนี้ การตอบแบบสำรวจยังตั้งอยู่บนพื้นฐานของพฤ ติกรรมที่น่าจะเป็นไปตามจริง มากกว่าข้อมูลมาตรวัดที่แท้จริง

เกี่ยวกับ Nielsen Global Survey

การสำรวจ Nielsen Global Survey เกี่ยวกับความรับผิดชอบทางสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility) จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ - 7 มีนาคม 2557 โดยสำรวจผู้บริโภคมากกว่า 30,000 คน ใน 60 ประเทศ ทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก, ยุโรป, ละติน อเมริกา, ตะวันออกกลาง, แอฟริกา และอเมริกาเหนือ กลุ่มตัวอย่างที่กำหนดไว้ ซึ่งอิงกับอายุและเพศสำหรับแต่ละประเทศนั้น ยึดที่กลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นหลัก และมีค่าในการเป็นตัวแทนผู้บริโภคทางอินเทอร์เน็ต โดยมีเปอร์เซ็นต์ความคลาดเคลื่อนอยู่ที่ ±0.6% การสำรวจของนีลเส็นอ้างอิงเพียงแค่พฤติกรรมของผู้ตอบแบบสำรวจที่เข้าถึงแบบออนไลน์เท่านั้น ในขณะที่อัตราการใช้อินเทอร์เน็ตมีความแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ นีลเส็นใช้มาตรฐานการรายงานขั้นต่ำที่สุดของอัตราการใช้อินเทอร์เน็ต 60% หรือประชากรออนไลน์ 10 ล้านคนเพื่อรวบรวมผลสำรวจ ทั้งนี้ Nielsen Global Su rvey ซึ่งรวมถึง Global Consumer Confidence Index จัดทำขึ้นในปี 2548

เกี่ยวกับ Nielsen’s Retail Measurement Analysis

ผลการสำรวจจากข้อมูลยอดค้าปลีก ซึ่งได้มีการระบุไว้ในรายงานด้วยนั้น รวบรวมจากร้านค้าต่างๆ ด้วยการใช้เทคโนโลยีระบบ ณ จุดขาย (point-of-sale) และ/หรือ ทีมผู้ตรวจสอบบัญชีในพื้นที่ ซึ่งแสดงข้อมูลภาคตัดขวาง (Cross-sectional Data) ทั้งจากสินค้าประเภทอุปโภคบริโภค และสินค้าที่ไม่ใช่กลุ่มอุปโภคบริโภค จำนวน 34 แบรนด์ ใน 9 ประเทศ สำหรับปีที่สิ้นสุด ณ เดือนมีนาคม 2557 ประเทศทั้ง 9 ประเทศดังกล่าว ประกอบด้วย แคนาดา, ฝรั่งเศส, ฮังการี, เนเธอร์แลนด์, ปากีสถาน, รัสเซีย, แอฟริกาใต้, ไทย และสหราชอาณาจักร ส่วนร้านค้าภายในเครือข่ายการค้าปลีกทั่วโลกของนีลเส็น ได้แก่ ร้านขายของชำ ร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีกแบบลดราคา ซึ่งมีโครงการความร่วมมือที่หลากหลาย และแบ่งปันข้อมูลยอดขายให้กับนีลเส็น

เกี่ยวกับ งานวิจัยของสถาบัน N atural Marketing Institute Sudy

ผลการศึกษาจากการวิจัยของสถาบันแนเชอรัล มาร์เก็ตติง อินสทิทิวท์ (Natural Marketing Institute หรือ NMI) ซึ่งได้มีการระบุอยู่ในรายงานข้างต้น ถือเป็นผลการศึกษาที่อ้างอิงจากการสำรวจแบบออนไลน์เมื่อเดือนมิถุนายน 2556 โดยดำเนินการสำรวจใน 9 ประเทศ ได้แก่ บราซิล จีน อินเดีย แอฟริกาใต้ เยอรมนี ญี่ปุ่น รัสเซีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเก็บรวบรวมมาจากผู้ตอบแบบสำรวจประมาณ 1,000 คนในแต่ละประเทศ ยกเว้นอินเดีย และแอฟริกาใต้ ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถามรวม 1,500 คน ข้อมูลดังกล่าวมีการแสดงอายุ และเพศในแต่ละประเทศ

เกี่ยวกับ นีลเส็น

นีลเส็น เอ็น.วี. (Nielsen N.V.) (NYSE:NLSN) เป็นบริษัทผู้ให้บริการประเมินผล และข้อมูลข่าวสารระดับโลก ในฐานะผู้นำตลาดด้านข้อมูลการตลาด และผู้บริโภค, การประเมินด้านสื่อโทรทัศน์ และสื่ออื่นๆ รวมถึงการประเมินแบบอัจฉริยะออนไลน์ และบนโทรศัพท์มือถือ นีลเส็นมีสาขาใ นต่างประเทศประมาณ 100 ประเทศ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และเมืองดีเมน เนเธอร์แลนด์ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.nielsen.com

เกี่ยวกับ NMI

สถาบันแนเชอรัล มาร์เก็ตติง อินสทิทิวท์ (Natural Marketing Institute หรือ NMI) เป็นบริษัทวิจัยตลาด และให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ทั่วโลก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในเรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี รวมถึงความยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงตามวัยอย่างมีสุขภาพที่ดี ในฐานะที่เป็นบริษัทวิจัยตลาด และที่ปรึกษาทางธุรกิจชั้นนำ NMI ได้เป็นผู้ช่วยบริษัทเกิดใหม่ และบริษัทที่มีรายชื่ออยู่ใน Fortune 500 ในอุตสาหกรรมต่างๆมากมาย NMI ให้บริการลูกค้าด้วยการวางแผนเชิงกลยุทธ์ และบทวิเคราะห์การตลาดเชิงลึก โดยใช้ประโยชน์จากการผสมผสานวิทยาการที่หลากหลาย และข้อมูลองค์กรที่กว้างขวาง สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.NMIsolutions.com

รับชมภาพและสื่อมัลติมีเดียได้ที่: http://www.businesswire. com/multimedia/home/20140616006605/en/

ติดต่อ:
สำหรับสื่อมวลชน:
นีลเส็น
แอนน์-เทย์เลอร์ อดัมส์
โทร. 646-654-5759
อีเมล: annetaylor.adams@nielsen.com



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode