กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


ข่าวฝาก >> ธุรกิจ
กพร. เร่งประสานความเข้าใจกรณีความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำ

วันที่ 21 พ.ค. 2557 )
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
 
ตามที่ปรากฏข่าวทางหนังสือพิมพ์เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 และสื่อโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ ถึงกรณีที่ประชาชน ชาวบ้านนาหนองบง  อำเภอวังสะพุง  จังหวัดเลย  ถูกชายชุดดำเข้าปิดล้อม เพื่อนำรถบรรทุกเข้าไปขนแร่ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด และเกิดการปะทะมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก โดยชายชุดดำได้จับตัวแกนนำชาวบ้านไปและปล่อยตัวเมื่อมีการขนแร่เสร็จเรียบร้อยแล้ว นั้น

นายปณิธาน จินดาภู
อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กล่าวว่า การดำเนินการ ทำเหมืองแร่ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้รับอนุญาตประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ ที่บ้านนาหนองบง ตำบล  เขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย  จำนวนทั้งสิ้น 6 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 1,290 ไร่ โดยวิธีเหมืองเปิด และทำการสกัดแร่ทองคำด้วยสารไซยาไนด์  ใช้น้ำหมุนเวียน ไม่มีการปล่อยน้ำออกนอกพื้นที่ ต่อมาได้เพิ่มการผลิตแร่ชนิดแร่ทองแดงด้วย ซึ่งการอนุญาตประทานบัตรดังกล่าว ได้มีการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกกันว่า EIA และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปี 2541 และได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัด กรมป่าไม้ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร แล้ว และได้ขอเปิดการทำเหมืองตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา  กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้สั่งการให้หยุดการทำเหมืองตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2555 จนถึงปัจจุบัน  เนื่องจากเขื่อนบ่อเก็บกากแร่ด้านทิศเหนือทรุดตัว ประกอบกับใบอนุญาตใช้พื้นที่สิ้นอายุ อยู่ระหว่างการขอต่ออายุการใช้ประโยชน์พื้นที่

โดยการทำเหมืองแร่ดังกล่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ตั้งแต่ปี
2549 ว่าได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ชาวบ้านเป็นโรคผื่นคันตามตัว พืชผลการเกษตรตกต่ำ น้ำอุปโภคบริโภคขาดแคลน เนื่องจากชาวบ้านไม่กล้าใช้น้ำจากห้วยน้ำฮวย ด้วยเกรงจะได้รับอันตรายจากสารพิษซึ่งชาวบ้านเชื่อว่ามีการปล่อยมาจากเหมืองดังกล่าว จังหวัดเลย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ได้ตั้งคณะกรรมการที่ประกอบด้วยหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง  รวมทั้งผู้แทนของกลุ่มผู้ร้องเรียน ทำการติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังผลกระทบจากการทำเหมืองดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง  โดยมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำ    บริเวณเหมืองและพื้นที่โดยรอบ ปีละ 3-4 ครั้ง  ทำการวิเคราะห์โดย 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ  กรมน้ำบาดาล และ กพร.  จากผลการตรวจสอบที่ผ่านมาไม่พบว่ามีการปนเปื้อนของสารพิษออกสู่ภายนอกพื้นที่ประกอบการเหมืองแร่  ซึ่งผลของการเฝ้าระวังดังกล่าวได้แจ้งให้ผู้แทนของกลุ่มผู้ร้องเรียนได้รับทราบทุกครั้ง   แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ร้องเรียนยังคงร้องเรียนและร้องคัดค้านการทำเหมืองทองคำดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง  โดยเชื่อว่าเหมืองเป็นผู้ปล่อยมลพิษออกมา เพราะว่าประชาชนยังคงมีสุขภาพไม่ดี และมีการตรวจพบสารหนูในเลือดในปริมาณที่สูงอีกด้วย

ในปี 2554-2556 กพร. จึงได้ประสานงานกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม มาทำการศึกษาหาสาเหตุของการแพร่กระจายโลหะหนัก และสารพิษต่าง ๆ ในบริเวณเหมืองแร่ทองคำ และพื้นที่ใกล้เคียง ผลปรากฏว่า พื้นที่เหมืองแร่ทองคำ และพื้นที่โดยรอบมีโลหะหนัก เช่น สารหนู และแมงกานีส ในปริมาณที่สูง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพของแร่โลหะ ปัจจุบันไม่พบว่ามีการแพร่กระจายของไซยาไนด์ หรือโลหะหนักออกนอกพื้นที่ทำเหมือง ซึ่งผลการศึกษาดังกล่าวได้นำเสนอให้จังหวัดเลย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้แทนของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดได้รับทราบแล้ว

การดำเนินการที่ผ่านมา กพร. ได้กำกับดูแลเหมืองแร่ทองคำดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและเข้มงวด   โดยได้สั่งการให้เหมืองแร่ดังกล่าวเสริมความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนบ่อเก็บกากแร่ และให้มีการประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อชุมชนโดยรอบ  กพร. เห็นว่าความขัดแย้งดังกล่าวเป็นความขัดแย้งที่ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจของประชาชน   แต่เนื่องจากบริษัทฯ เองก็มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารค่อนข้างบ่อย  ทำให้การสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนไม่ต่อเนื่องและไม่ได้ผล  มีการฟ้องร้อง และอ้างสิทธิ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ปัญหาแทนที่จะลดลงกลับทวีความรุนแรงขึ้น  กลุ่มชาวบ้านจึงสร้างสิ่งกีดขวางไม่ให้รถขนแร่ของบริษัทฯ ผ่านตั้งแต่ปี
2556 เป็นต้นมา จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

ส่วนแร่ที่มีการขนออกไปจากเหมืองนั้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นแร่ที่บริษัทฯ ผลิตได้ก่อนหยุดการทำเหมือง บริษัทฯ ได้รายงานผลการผลิตไว้กับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเลย และการขนแร่ดังกล่าวก็ได้มีการขออนุญาตขนแร่จากอุตสาหกรรมจังหวัดเลย อย่างถูกต้อง


ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้ประกอบการเหมืองแร่กับประชาชนดังกล่าว  กพร. พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการประสานความเข้าใจของทั้งสองฝ่าย  อีกทั้งจะประสานให้กลุ่มผู้ร้องคัดค้านเสนอนักวิชาการที่เป็นที่ยอมรับของกลุ่มเข้ามาร่วมศึกษาและติดตามตรวจสอบการแพร่กระจายของโลหะหนัก     และสารไซยาไนด์ ตลอดจนผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองดังกล่าว
 



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode