กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


สาระน่ารู้
อดอาหารเช้าทำสมองตื้อ ชี้เป็นความเชื่อผิดๆช่วยลดน้ำหนัก

วันที่ 8 พ.ค. 2557 (จำนวนคนอ่าน 292 คน)
teenee.com/วาไรตี้
 
อดอาหารเช้าทำสมองตื้อ ชี้เป็นความเชื่อผิดๆช่วยลดน้ำหนัก
 
จากการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากรทั่วประเทศ ปี 2556 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจ 26,520 ครัวเรือน พบประชากรที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไปทานอาหารมื้อหลักครบ 3 มื้อในแต่ละวัน ร้อยละ 88 โดยพบสูงสุดในกลุ่มเด็กอายุ 6 -14 ปี ร้อยละ 93 และต่ำสุดในกลุ่มเยาวชนอายุ 15 - 24 ปี คือร้อยละ 87


เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2552 พบว่ากลุ่มเยาวชนมีอัตราการบริโภคอาหารครบ 3 มื้อลดลงร้อยละ 0.5 ในขณะที่ประชากรกลุ่มอื่นมีอัตราเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่มีอายุ 6 -14 ปีที่เพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 13 ถือว่าเป็นเรื่องดี

นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้ข้อมูลว่า

ประชาชนที่รับประทานอาหารไม่ครบ 3 มื้อนั้น ส่วนใหญ่มักจะงดมื้อเช้าด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น ต้องตื่นแต่เช้าเร่งรีบไปเรียนหรือทำงาน ไม่มีเวลาพอสำหรับการเตรียมอาหารเช้า บางคนงดอาหารเช้าด้วยเหตุผลที่ต้องการลดน้ำหนัก จะพบมากในกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน เป็นความเชื่อที่ผิด


เนื่องจากการงดกินอาหารเช้าจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้ช่วงสายของวันจะรู้สึกหิว

มีอารมณ์หงุดหงิด สมองตื้อ คิดอะไรไม่ออก ไม่มีสมาธิในการเรียนหรือทำงาน เกิดการผิดพลาดได้มากกว่า และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การทำงานจะด้อยกว่าคนที่กินอาหารเช้า เนื่องจากสมองต้องการน้ำตาลกลูโคสหล่อเลี้ยงตลอดเวลา และจะหันมารับประทานอาหารอื่น เช่นขนม ประเภทกินจุบกินจิบแทนการรับประทานอาหารเช้า ส่งผลให้อ้วนเพิ่มขึ้น

สำหรับอาหารเช้าเป็นมื้อที่มีความสำคัญสำหรับเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นเป็นอย่างยิ่ง

เพราะอยู่ในวัยที่กำลังเจริญเติบโตมีความจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่เพียงพอเพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตเต็มตามศักยภาพที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารมื้อเช้า และการได้รับอาหารเช้าที่เหมาะสม ควรประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อคงสภาวะระดับน้ำตาลในเลือดของเด็กให้อยู่เป็นเวลาที่ยาวนาน จะทำให้เด็กมีความสามารถในการเรียนรู้และประกอบกิจกรรม ที่ต้องใช้กำลังงานได้ดีขึ้น

ได้แก่ 1.อาหารประเภท ข้าว แป้ง จะให้สารอาหารคาร์โบไฮเดรต 2.เนื้อสัตว์ นม ไข่ ให้สารอาหารโปรตีน 3.ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ให้สารอาหารไขมัน 4.ผักชนิดต่างๆให้วิตามินและแร่ธาตุ และหากมีผลไม้ด้วยก็จะครบ 5 หมู่ จะให้ผลดีต่อร่างกายเป็นอย่างมาก



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode