กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


สาระน่ารู้
เผย 8 โรคต้องระวังขูดหินปูน

วันที่ 9 เม.ย. 2557 (จำนวนคนอ่าน 443 คน)
teenee.com/วาไรตี้
 
เผย 8 โรคต้องระวังขูดหินปูน
 
นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า การดูแลสุขภาพช่องปากเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการขูดหินปูนหรือหินน้ำลายเพื่อป้องกันเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ ซึ่งการสำรวจโดยสำนักทันตสาธารณสุข ในปี 2555 พบว่า คนไทยวัยทำงานกว่าร้อยละ 70 มีหินปูนเกาะบนตัวฟัน ต้องได้รับการดูแลโดยการขูดหินปูน การขูดหินปูนทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือขจัดหินปูนแบบที่ทีความสั่นสะเทือนทำให้หินปูนหลุดออก และยังมีเครื่องมือชิ้นเล็ก (Hand instruments) ขูดหินปูนโดยละเอียดอีกครั้ง ในขั้นตอนนี้ อาจทำให้มีเลือดออกบ้างตามอาการของเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ที่ส่วนใหญ่จะมีอาการมากน้อยแตกต่างกันไป แต่จะไม่มากจนมีผลใดๆ ต่อผู้ป่วย


โดยเฉพาะผู้ป่วยบางโรค ที่ต้องระวังและแจ้งทันตเพทย์ก่อนทุกครั้งที่เข้ารับบริการทำฟันหรือขูดหินปูนกลุ่มแรกเป็นกลุ่มโรคที่เลือดออกง่ายและหยุดไหลยาก ได้แก่ โรคเกล็ดเลือดต่ำหรือโรคลิวคีเมีย อาจมีจ้ำเลือดหรือจุดเลือดออกตามร่างกายร่วมด้วย โรคไตและผู้ที่มีประวัติเคยล้างไต เพราะจะได้รับยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่มีประวัติการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจและการใช้ยาละลายลิ่มเลือด


กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มที่อาจแสดงอาการในระหว่างการทำฟัน ได้แก่ โรคหัวใจอาจมีอาการเจ็บหน้าอก หอบเหนื่อยใจสั่น โรคหอบหืดอาจมีอาการหอบเหนื่อย ต้องมียาพ่นประจำ และได้รับยา Steriod โรคลมชักและโรคความดันโลหิตสูง และสุดท้าย คือ โรคเบาหวานเพราะมีผลกระทบทำให้แผลหายยาก หากแจ้งให้ ทันตแพทย์ได้รับทราบก่อน จะช่วยให้สามารถเตรียมป้องกันและเตรียมความพร้อมในกรณีที่อาการกำเริบได้


ทพ.สุธาเจียรมณีโชติชัย รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า หินปูนหรือหินน้ำลายเป็นคราบจุลินทรีย์ที่มีการสะสมของแคลซียมในน้ำลายในระยะเวลาหนึ่งจนเกิดการแข็งตัวคล้ายหินปูน ซึ่งจะสะสมเชื้อโรคหลายชนิด และเป็นแหล่งผลิตสารพิษที่เป็นสาเหตุทำให้เหงือกอักเสบและเป็นโรคปริทันต์ได้ วิธีการดูแลและป้องกันการเกิดหินปูนหรือหินน้ำลาย คือ การกำจัดคราบจุลินทรีย์โดยแปรงฟันให้สะอาด ทุกวันวันละ 2ครั้ง โดยเฉพาะบริเวณคอฟันไม่ให้เป็นที่สะสมของคราบจุลินทรีย์จนกลายเป็นหินปูนได้ นอกจากนี้ ทันตแพทย์จะแนะนำให้มาตรวจสุขภาพช่องปากทุกปี และหากมีหินปูนก็ควรขูดหินปูนอย่างน้อยปีละครั้งเพื่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดีและลดการสูญเสียฟันในอนาคตอีกด้วย



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode