กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


เกาะติดสถานการณ์ >> อุทกภัย/วาตภัย
นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดสุราษฎร์ธานี (

วันที่ 11 เม.ย. 2554 )
 
นรม.เผยเงินช่วยเหลือเบื้องต้นครอบครัวละ 5,000 บาท จะได้รับหลังเทศกาลสงกรานต์ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่เดือดร้อนประสบอุทกภัยให้แจ้งข้อมูลที่เป็นจริง



วันนี้ (9 เม.ย. 54) เวลา 09.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะได้เดินทางไปปฏิบัติราชการตรวจเยี่ยมพบปะประชาชน และแจกถุงยังชีพให้กับประชาชน อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เมื่อนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางมาถึงโรงเรียนบ้านเผียน ต.เทพราช อ.สิชล จ.สุราษฎร์ธานี นายกรัฐมนตรีกล่าวทักทายกับประชาชนว่า ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมามีฝนตกหนักซึ่งวัดปริมาณได้เท่ากับฝนที่ตกทั้งปี ทำให้เกิดดิน โคลนถล่ม บ้านเรือนเสียหายหลายหลัง ทั้งนี้ การช่วยเหลือประชาชน ทางรัฐบาลได้รีบดำเนินการโดยอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ส่วนกรณีที่บ้านเรือน และทรัพย์สินเสียหายจะเร่งฟื้นฟู ก่อสร้างซ่อมแซมและทำการสำรวจว่าประชาชนต้องการอยู่ในพื้นที่เดิมหรือไม่ ถ้ายังยืนยันจะอยู่ที่เดิม ทางรัฐบาลจะสร้างบ้านน็อคดาวน์ให้อยู่ก่อน แต่บ้านเรือนที่เสียหายบางส่วนจะให้เจ้าหน้าที่ทหารพัฒนาเข้ามาช่วยซ่อมแซม โดยได้จัดเตรียมงบประมาณไว้ 6 พันล้านบาทเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับครอบครัวของประชาชนที่ประสบอุทกภัยและเข้าตามหลักเกณฑ์ จะจ่ายเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 5,000 บาท ซึ่งคาดว่าหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์จะสามารถอนุมัติจ่ายเงินให้กับประชาชนได้ และขอร้องให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้ความร่วมมือแจ้งข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อที่จะทำให้กระบวนการช่วยเหลือมีความรวดเร็วมากขึ้น สำหรับความเสียหายเรื่องเส้นทางคมนาคม ขณะนี้ได้สั่งการให้ทางจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายให้แล้วเสร็จภายในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาอนุมัติงบประมาณในการช่วยเหลือต่อไป และได้เร่งให้เจ้าหน้าที่สร้างเส้นทางคมนาคมที่ชำรุดเสียหายให้เสร็จโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ถนนของกรมทางหลวงที่ถูกน้ำท่วมได้ซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเส้นทางของกรมทางหลวงชนบท
ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะได้ลงพื้นที่ด้วยรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ เข้าไปยังบริเวณดินถล่ม และตรวจสอบความเสียหายของฝายน้ำล้น บ้านอ่าวทุ่งยางแดง หมู่ที่ 10 ตำบลเทพราช อำเภอสิชล ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดิน โคลนถล่ม สำหรับบริเวณดังกล่าวมีประชาชนกว่า 60 ครัวเรือนที่จะได้รับผลกระทบจากดินและหินที่ไหลลงมาทับเส้นทาง ทำให้สะพานและบ้านเรือนเสียหาย ส่วนฝายน้ำล้นถูกกระแสน้ำพัดจนพัง ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวบอกว่า พื้นที่ตรงจุดนี้เป็นที่ที่อุดมสมบูรณ์ จึงมีการสร้างฝายน้ำล้นขึ้นมา เพื่อให้ประชาชนได้เก็บกักน้ำไว้ใช้ แต่ด้วยความรุนแรงของน้ำได้กวาดเอาทุกอย่างไป หลังจากเกิดเหตุธารน้ำเปลี่ยนจากเดิมทำให้เกิดการกัดเซาะทุกอย่างจึงหายไป โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประสานงานในการหาที่อยู่และที่ทำกินให้กับชาวบ้านที่สูญเสียที่ดินทำกิน
หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมพบปะประชาชนและแจกถุงยังชีพให้กับประชาชนที่โรงเรียนนบพิตำวิทยา ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช พันเอกสมชาย ภุมรินทร์ รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 กล่าวรายงานสถานการณ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยดินโคลนในพื้นที่ อ.นบพิตำ ว่า ขณะนี้ มีพื้นที่เสียหาย 2 ตำบล คือ ต.กรุงชิงจำนวน 11 หมู่บ้าน และ ต.นบพิตำจำนวน 5 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเสียหายจำนวน 17,000 คน ตายจำนวน 2 ศพ บ้านพังทั้งหลังจำนวน 56 หลังคาเรือน บ้านพังบางส่วน จำนวน 117 หลังคาเรือน พื้นที่เกษตรเสียหาย 3,920 ไร่ ฝายชำรุด 23 ฝาย ด้านถนนและสะพานพังจำนวน 41 แห่ง หลังเกิดเหตุดินโคลนถล่มแล้วทางกองทัพภาคที่ 4 ร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 และจังหวัดนครศรีธรรมราชส่วนหน้าขึ้นที่ อ.นบพิตำ ณ โรงเรียนนบพิตำวิทยา โดยได้บูรณาการกำลังร่วมกันระหว่างพลเรือน ตำรวจ ทหาร และภาคประชาชน ล่าสุดมีกำลังทหารช่างจากกรมทหารช่าง 4 กองทัพภาค และเจ้าหน้าที่แขวงการทางนครศรีธรรมราช รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบทมาร่วมกันเร่งซ่อมสร้างสะพาน ถนนที่ถูกตัดขาดในพื้นที่ อ.นบพิตำ จนสามารถใช้การได้แล้วหลายจุดแล้วแต่ยังถูกตัดขาดอีกหลายจุดซึ่งกำลังเร่งดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะ ม.7 และ ม.8 ต.กรุงชิง ยังถูกตัดขาดต้องใช้การลำเลียงอาหารทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพภาคที่ 4 อย่างเดียว นอกจากนั้นยังใช้เพื่อนำผู้บาดเจ็บผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลและอพยพประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ส่งอาหารน้ำดื่มให้กับประชาชนที่ไม่ประสงค์ออกจากพื้นที่ และได้จัดชุดแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือรักษาประชาชนในพื้นที่จำนวน 3584 ราย
นายกรัฐมนตรีกล่าวทักทายกับประชาชนที่มาต้อนรับว่า วันนี้ตนได้มาเยี่ยมให้กำลังใจกับผู้ ประสบภัยในพื้นที่ อ.สิชล และอ.นบพิตำ โดยนำความห่วงใยจากชาวไทยทั้งประเทศมายังชาวใต้ทุกคนด้วย ทั้งนี้ตนได้สั่งให้ระดมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเร่งรัด 2 เรื่องที่ได้มีการสั่งการให้ทำอย่างเร่งด่วน คือ เร่งรัดเชื่อมต่อสะพานถนนที่ขาดในพื้นที่ให้สามารถสัญจรไปมาให้ได้โดยเร็ว และเร่งรัดให้สร้างซ่อมแซมที่อยู่อาศัยทั้งบ้านพังทั้งหลัง และพังบางส่วนให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยได้มีที่อยู่อาศัยโดยเร็ว
ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะได้เดินทางไปยังบริเวณสะพานกลายซึ่งเชื่อมเส้นทางระหว่าง อ.นบพิตำ และ ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา ซึ่งอยู่ในสภาพขาดอย่างสิ้นเชิงมีระยะทางกว่า 100 เมตร นายวิรัตน์ จำปา ทางหลวงชนบทจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวถึงวีธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าว่า ได้นำเอาสะพานแบริ่งหรือสะพานเหล็ก จำนวน 2 อันๆ ละ 24 เมตร มาเชื่อมต่อกัน และสร้างเสาต่อม่อรองรับตรงกลางสะพานเพื่อนำสะพานเหล็กแบริ่งมาวางเชื่อมต่อกัน เพื่อทำให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาซ่อมสะพานดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นายกรัฐมนตรีได้แสดงความหนักใจเนื่องจากสะพานดังกล่าวขาดเป็นระยะทางยาวมาก โดยได้เร่งรัดให้ทางหลงชนบทหาวิธีการแก้ไข เนื่องจากขณะนี้ประชาชนยังไม่สามารถสัญจรใช้เส้นทางดังกล่าวได้
หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะได้เดินทางไปยังบ้านท่าตลิ่งชัน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเข้าตรวจสภาพความเสียหายของโรงสูบน้ำแรงต่ำหลังถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถสูบน้ำเข้าสู่ระบบผลิตน้ำประปา แจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีได้ ส่งผลให้ประชาชนผู้ใช้น้ำได้รับความเดือดร้อนเกือบทั้งจังหวัด ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้กดปุ่มสตาร์ทเครื่องสูบน้ำที่มีการซ่อมแซม และสามารถใช้งานได้แล้วจำนวน 3 เครื่อง ซึ่งจะส่งน้ำไปยังโรงกรองน้ำใกล้โรงพยาบาลศูนย์สราญรมย์ เขต อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี มีกำลังการผลิต 700 ลบ.ม.ต่อชั่วโมง ทำให้บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ในเบื้องต้น สำหรับระบบสูบน้ำแรงต่ำจะสามารถใช้การได้ทั้งหมดภายในวันนี้ ส่วนระบบจ่ายน้ำจะสามารถจ่ายน้ำได้ครอบคลุมทั้งพื้นที่ 1 ในสัปดาห์ เนื่องจากระบบจ่ายน้ำอาจได้รับความเสียหายจากการถูกน้ำท่วม การซ่อมแซมต้องใช้เวลา เนื่องจากระบบท่อจะฝังอยู่ใต้ดิน
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและคณะได้เดินทางไปยังจุดผลิตน้ำของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 46 (นพค. 46) อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานีเพื่อไปตรวจเยี่ยมพบปะประชาชนและทำพิธีมอบน้ำประปาสะอาดให้กับประชาชนเพื่อใช้อุปโภค บริโภคก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ----------------------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก
นราวุธ รายงาน



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode