กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


เกาะติดสถานการณ์ >> อุทกภัย/วาตภัย
ฝนตกน้อยลง คาดสถานการณ์ในภาคใต้ดีขึ้นใน 3-4 วัน เว้นที่ อ.พุนพิน จ.พัทลุง จะอยู่ที่ 5-7 วัน

วันที่ 4 เม.ย. 2554 )
 
วันที่ 4 เมษายน เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) ตึกบัญชาการชั้น 1 ทำเนียบรัฐบาล นายวิทเยนทร์ มุตตามระ รองผู้อำนวยการ ศชอ. เป็นประธานการประชุมศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อรายงานสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดภาคใต้และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน
สถานการณ์/สภาพอากาศ/เตือนภัย
สภาพอากาศ บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อน ประกอบกับมีลมใต้พัดปกคลุมภาคกลางและภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางแห่ง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 5-7 เม.ย. 54 จะมีบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานคร มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเพิ่มมากขึ้นในระยะนี้
พื้นที่เฝ้าระวัง 3 จังหวัด (จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี)
สถานการณ์อุทกภัย สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. 2554 ถึงปัจจุบัน 100 อำเภอ 646 ตำบล 5,229 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 581,085 ครัวเรือน 2,009,134 คน ยอดผู้อพยพทั้งหมด 40,981 คน (นครศรีธรรมราช 1,530 คน สุราษฎร์ธานี 35,651 คน กระบี่ 3,800 คน) เสียชีวิต 45 ราย นครศรีธรรมราช 19 สุราษฎร์ธานี 10 พัทลุง 2 กระบี่ 9 ชุมพร 2 ตรัง 2 พังงา 1 บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 24 หลัง บางส่วน 2,608 หลัง สิ่งสาธารณประโยชน์เสียหายเบื้องต้น ถนน 3,133 สาย ท่อระบายน้ำ 321 แห่ง ฝาย 52 แห่ง สะพาน/คอสะพาน 295 แห่ง วัด/โรงเรียน 340 แห่ง สถานที่ราชการ 76 แห่ง ลุ่มน้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี อ.พระแสง น้ำล้นตลิ่ง 1.2 เมตร อ.พุนพิน น้ำล้นตลิ่ง 1.7 เมตร ประปาหยุดให้บริการ 4 วันแล้วเนื่องจากน้ำท่วมโรงสูบน้ำ
จ.นครศรีธรรมราช ที่ตลาด อ.ชะอวด น้ำล้นตลิ่ง 0.50 เมตร แม่น้ำตรัง บ้านป่าหมาก อ.เมือง น้ำล้นตลิ่ง 1.0 เมตร
ความเสียหายด้านการเกษตร (ข้อมูลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ด้านพืช เกษตรกร 176,518 ราย พื้นที่การเกษตรประสบภัย 1,049,634 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 311,383 ไร่ พืชไร่ 53,577 ไร่ พืชสวนและอื่นๆ 684,674 ไร่ สำหรับยางพารา ประมาณการพื้นที่ คาดว่าจะเสียหายจากดินโคลนถล่มไม่เกิน 50,000 ไร่ เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ คาดว่าจะไม่ดำรงอยู่ยาวนาน จึงไม่ทำให้ต้นยางพาราที่มีอายุมากเสียหาย ด้านปศุสัตว์ เกษตรกร 89,217 ราย สัตว์ที่ได้รับผลกระทบ 4,360,518 ตัว แบ่งเป็น โค-กระบือ 181,415 ตัว สุกร/แพะ/แกะ 665,643 ตัว สัตว์ปีก 3,513,460 ตัว แปลงหญ้า 5,304 ไร่ และสนับสนุนพืชอาหารสัตว์ 498,100 กิโลกรัม และดูแลสุขภาพสัตว์ 1,130,113 ตัว แร่ธาตุและเวชภัณฑ์ 1,200 ก้อน ด้านประมง เกษตรกร 22,909 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์ประสบภัย 36,265 บ่อ คิดเป็นพื้นที่ 58,168 ไร่ และ 7,421 กระชัง คิดเป็นพื้นที่ 107,842 ตารางเมตร เรือประมงประสบภัย 62 ลำ
สถานการณ์อ่างเก็บน้ำ ขณะนี้มีน้ำล้นอ่างเก็บน้ำ 10 แห่ง ได้แก่ ห้วยน้ำใส คลองกระทูน คลองดินแดง เสม็ดจวน (จ.นครศรีธรรมราช) ป่าพะยอม ป่าบอน (จ.พัทลุง) และคลองท่างิ้ว (จ.ตรัง) บางกำปรัด คลองหยา ห้วยลึก (กระบี่)
สถานการณ์คลี่คลายอยู่ระหว่างการฟื้นฟู 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพังงา นราธิวาส และจังหวัดสตูล (จังหวัดชุมพรสถานการณ์คลี่คลายอยู่ระหว่างฟื้นฟู ยกเว้นอำเภอหลังสวน)
การคมนาคม
- ทางหลวงแผ่นดิน มีน้ำท่วม 42 สายทาง จำนวนรวม 47 แห่ง ผ่านไม่ได้ 31 แห่ง
- สนามบินปิดให้บริการ 1 แห่ง (สนามบินนครศรีธรรมราช)
- รถไฟสายใต้ให้บริการได้ถึงสถานีรถไฟไชยา จำนวน 2 ขบวน (ขบวนที่ 39, 43) และรถไฟสายนครศรีฯ-สุไหงโกลก เปิดให้บริการได้
- บริษัทขนส่ง (บขส.) ให้บริการเป็นปกติ เว้นแต่จังหวัดที่สถานีขนส่งถูกน้ำท่วม จะจัดจุดรับ-ส่ง ณ ที่ที่เหมาะสม
- เรือเฟอร์รี่ จ.สุราษฎร์ธานี และเรือเร็วลมพญา ชุมพร-เกาะเต่า สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติแล้ว
- ถนน ขนอม-กระบี่ สาย 44 กม. 85 สะพานขาด ให้ใช้เส้นทางเบี่ยงสะพานคู่ขนานขาเข้าสุราษฎร์แทน
- ถนนสาย 41 บริเวณสี่แยก Co-op.-หน้าสนามบินสุราษฎร์ธานี น้ำท่วมสูง รถไม่สามารถผ่านได้
สรุปการประชุม ศชอ.
- รายงานจากกองทัพไทย กองทัพบก จัดเครื่องบินออกช่วยเหลือ 10 ลำ ได้แก่ Blackhawk 1 ลำ, 212 2 ลำ, เฮลิคอปเตอร์ทั่วไป 5 ลำและชีนุก 2 ลำ ไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมถึงถุงยังชีพ สุขาเคลื่อนที่ และเต็นท์
- กองทัพเรือ จัดเรือรบหลวงนราธิวาสสนับสนุนการลำเลียงถุงยังชีพจำนวน 4,000 ถุงไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ อ.ขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช
- กองทัพอากาศ จัดรถยูนิม๊อค 5 คันจาก ขส.ทอ. พร้อมบรรทุกอาหารแช่งแข็งของมูลนิธิเพื่อนพึ่งพาประมาณ 5 ตันไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจัดลำเลียงถุงยังชีพ 3,000 ถุง สุขาเคลื่อนที่ 10 ตู้และเต็นท์ผ้าใบ 3 หลังพร้อมสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย
- รายงานจากกระทรวงคมนาคม ถนนสายหลักส่วนใหญ่สถานการณ์คลี่คลาย ส่วนใหญ่สามารถใช้งานได้ ยกเว้นที่ อ.พุนพิน - อ.เมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งยังประสบปัญหาอยู่
- การเดินทางโดยรถไฟให้บริการถึงสถานีไชยา เนื่องจากเส้นทางขาดจากอำเภอไชยา ถึงสถานีชุมทาง เขาชุมทอง (นครศรีธรรมราช) มีจุดชำรุด 80 จุด คาดใช้เวลาในการซ่อมแซม 4-5 วัน หลังน้ำลด จึงจะเปิดให้บริการได้ตามปกติ
- สนามบินที่จังหวัดนครศรีธรรมราช คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในวันพรุ่งนี้ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางด้านการบิน
- กรมทรัพยากรน้ำ แจ้งว่าขณะนี้สถานการณ์เฝ้าระวังปัญหาดินโคลนถล่มเริ่มคลี่คลาย แต่ยังเตือนประชาชนอาศัยอยู่ใกล้บริเวณที่ลาดเชิงเขา ให้ไม่ประมาทและเฝ้าระวัง
- คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติใน 3-5 วัน (หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม) ยกเว้นที่ อ.พุนพิน ที่เป็นจุดรับน้ำลงมาจากพื้นที่ต่างๆ คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นใน 5-7 วัน --------------------------------------
ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย โทร. 1111



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode