กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


สาระน่ารู้
สลัดความง่วงหลังมื้อกลางวัน

วันที่ 7 มี.ค. 2557 (จำนวนคนอ่าน 527 คน)
teenee.com/วาไรตี้
 
สลัดความง่วงหลังมื้อกลางวัน
 
หนังท้องตึงหนังตาหย่อน คือวลีที่จริงแท้ที่สุดยามบ่าย หลังจัดการกับมื้อกลางวันเต็มอิ่ม เพียงไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง อาการง่วงตอนบ่าย ก็เริ่ม ปรากฎขึ้น จนบางครั้งก็ยากเกินกว่าที่คุณจะฝืนทนทำงานต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อาการ ง่วงนอน ดังกล่าวเกิดจาก 2 สาเหตุหลักคือ ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองลดลง และระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ทำให้เซลล์สมองทำงานต่อไปไม่ไหว เกิดการปิดตัว ไม่รับคำสั่ง ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียและง่วงเหงาหาวนอนขึ้น
 
ซึ่งถือเป็นจังหวะชีวิตที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติของร่างกายอยู่แล้ว เห็นได้ชัดในวัฒนธรรมการนอนกลางวันของบางประเทศในแถบยุโรปที่ชี้ชัดว่าการง่วงยามบ่ายอยู่คู่มนุษย์มาทุกยุคทุกสมัย แต่สำหรับหนุ่ม สาววัยทำงาน รวมถึงน้องๆ นักเรียนนักศึกษาที่จำเป็นต้องทำงานหรือเรียนหนังสือในช่วงบ่าย คงต้องหาตัวช่วยในการขจัดอาการง่วงทิ้งไป
 
ถ้าไม่อยากให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ลองเริ่มฏิบัติตามวิธีดังต่อไปนี้ เพื่อคืนความสดใสสู่ชีวิตยามบ่ายให้กระปรี้กระเปร่าและทรงพลัง ยิ่งขึ้น
 
วิธีแรก คือ เตรียมตัวล่วงหน้ามาก่อนตั้งแต่ยามค่ำคืน ด้วยการเข้านอนในช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการการพักผ่อนนั่นคือ ช่วง 4 ทุ่ม เพราะเป็น เวลาที่ร่างกายจะเริ่มทำการซ่อมแซมตัวเองได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ต้องนอนอย่างมีคุณภาพโดยหลับให้สนิทต่อเนื่องนาน 6 - 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายมีการพักผ่อนและชาร์จแบตชีวิตให้เต็มเปี่ยมพร้อมลุยทุกกิจกรรมระหว่างวัน การตื่นเร็วเกินไปหรือนอนน้อยเกินไปจะทำให้คุณ รู้สึกเหนื่อยล้าในช่วงบ่ายเร็วขึ้น


วิธีที่ 2 พยายามหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันมากในมื้อกลางวัน โดยเฉพาะของทอด เนย และชีส เพราะแม้อาหารหวาน มันจะช่วยให้คุณรู้สึกมีพลังเพิ่มขึ้น แต่พลังงานเหล่านั้นจะถูกเผาผลาญหมดไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดอาการง่วงล้าได้ ควรรับประทาน อาหารที่ย่อยช้าๆ ค่อยๆปลดปล่อยพลังงาน เช่น อาหารที่มีใยอาหารสูง อย่าง ข้าวกล้อง ผัก ถั่วต่างๆ เพราะจะทำให้คุณอิ่มนาน ไม่หิวง่าย ในช่วงบ่ายๆ


ถ้าอยากเสริมความหวานหลังมื้อเที่ยง แนะนำให้ทานผลไม้เพื่ออิ่มเอมกับรสหวานจากธรรมชาติ พร้อมรับประโยชน์จากใยอาหาร วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์มาเพื่อคุณ


วิธีที่ 3 ควรเลือกทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก โปรตีน (มีในอาหารทะเล ไก่ เนื้อ เต้าหู้ ถั่ว รวมถึงผักและผลไม้) และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (หมายถึง อาหารประเภทแป้งที่ร่างกายต้องใช้เวลาในการย่อย อาทิ ข้าวกล้อง ข้าวโพด ลูกเดือย ขนมปังโฮลวีท เป็นต้น) เพราะธาตุเหล็ก จะช่วยให้ร่างกายผลิตฮีโมโกลบินที่จำเป็นต่อการนำพาออกซิเจนไปทั่วร่างกายเพื่อเพิ่มพลังงาน ส่วนคาร์โบไฮเดรตจะช่วยนำพาน้ำตาล กลูโคสไปสู่ร่างกายเช่นกัน เท่ากับการเติมเชื้อเพลิงชั้นดีให้แก่การทำงานในส่วนต่างๆ ของร่างกาย


วิธีที่ 4 จำกัดปริมาณอาหารมื้อเที่ยงเพื่อไม่ให้ทานมากเกินไป การย่อยอาหารมื้อใหญ่จะส่งผลให้ร่างกายเกิดความเหนื่อยล้า พยายามทาน อาหารเที่ยงในปริมาณไม่มากนัก และหาของว่างทานเล่นระหว่างวันทั้งช่วงเช้าและบ่าย เพื่อช่วยให้ร่างกายมีระดับน้ำตาลในปริมาณที่สมดุล สม่ำเสมอตลอดวัน


วิธีที่ 5 ลองทิ้งช่วงเวลาสัก 15 นาทีหลังทานมื้อเที่ยงเสร็จ แล้วเดินอย่างกระฉับกระเฉงสักหนึ่งรอบตึกก่อนกลับไปยังโต๊ะทำงาน เดินขึ้น บันไดแทนการใช้ลิฟท์ หรือพยายามหาทางออกกำลังกายเบาๆ ในออฟฟิศให้ได้ เช่น การยืดเส้นยืดสายโดยแยกขาออก กางแขนขึ้น-ลง บิด ตัว เป็นต้น ที่สำคัญคือ ควรสิ้นสุดแต่ละเซตของการออกกำลังกายด้วยการฝึกหายใจเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในเลือดให้เพิ่มพลังงานแก่ ร่างกาย


วิธีที่ 6 ถ้าเป็นไปได้ควรหาเวลางีบหลับสักพัก โดยตั้งนาฬิกาปลุกบนโทรศัพท์มือถือเอาไว้ สัก 15-20 นาที เพื่อให้ร่างกายไม่ฝืนจนเกินไป และปล่อยให้ออกซิเจนได้ไปเลี้ยงสมองชั่วครู่ เพื่อเรียกพลังกลับคืนมา
 
วิธีสุดท้าย หากาแฟดื่มสักแก้ว เพื่อให้คาเฟอีนช่วยกระตุ้นร่างกายให้เกิดความกระปรี้กระเปร่าเป็นการกระตุ้นประสาทได้ดี แนะนำว่าเพื่อความ สะดวกสบายสำหรับชีวิตคนทำงานควรพกกาแฟประเภท 3 in 1 ติดตัวไว้เสมอเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินหากาแฟในขณะที่ง่วงจัด 
 
อีกทั้ง ความกลมกล่อมของรสชาติที่ถูกผสมผสานกันมาอย่างลงตัวจะทำให้คุณได้รสชาติที่พอดีโดยไม่ต้องปรุงแต่งให้วุ่นวาย และหลังจากดื่มกาแฟ แล้วควรดื่มน้ำตามเป็นพักๆ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำให้แก่ร่างกาย เพราะอวัยวะทุกส่วนต้องการน้ำเพื่อการทำงานที่สมบูรณ์


อีกทั้งการง่วงคือ สัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายกำลังขาดน้ำ ถ้าคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอหลังมื้อกลางวัน อาการง่วงเหงาหาวนอนจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็น ได้ชัด แนะนำให้รินน้ำเย็นในแก้วใบโต หั่นเลมอนชิ้นบางๆ ลงไป หรือบีบมะนาวเล็กน้อยก่อนดื่ม เพิ่มความสดชื่นได้ผลทันตาเห็น 
 
 
 
 
 
 



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode