กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


สาระน่ารู้
เลือกอาหาร…เลี่ยงสารพิษอย่างไรดี ?

วันที่ 3 มี.ค. 2557 (จำนวนคนอ่าน 375 คน)
teenee.com/วาไรตี้
 
เลือกอาหาร…เลี่ยงสารพิษอย่างไรดี ?
 
ต้องยอมรับว่าดารกินอยู่เดี๋ยวนี้แสนลำบาก จะกินไอศกรีมสักแท่งก็ต้องพะวงว่าจะมีแบททีเรียจากอุจจาระปนอยู่ไหม หรือจะกินมันฝรั่งทอดสักชิ้นก็ต้องดูว่ามีปริมาณสารก่อมะเร็งอะคริลาไมค์มากน้อยเพียงใดพอที่จะก่อให้เกิดก้อนเนื้อที่ไม่ได้เชื้อเชิญมาหรือเปล่า เฮ้อ เกิดเป็นมนุษย์นี้น่าเหนื่อยจริงนะครับ แถมพอจะตายก็ไม่ได้ "จากไปดีมีสุข” ชักระตุกที่เดียวตาย แต่ต้องมาตายอย่างเป็นทุกขเวทนาน่าสงสารเป็นยิ่งนักแต่อย่างไรก้ดี ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ก้ต้องสู้กับอนุมูลอิสระเหล่านี้ต่อไป เพียงแต่เรารู้จักเลือกสักหน่อยจะได้ไม่เป็นการทำลายสุขภาพตัวเองโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ครับ จะขอให้หลักในการ "กินเพื่อสุขภาพ” เอาไว้ดังนี้
 
1.  เลือกผักผลไม้ตามฤดุกาล เพราะนอกจากจะไม่มีการเก็บไว้นานมากแล้ว โอกาศที่จะต้องใช้ยาฆ่าแมลงก้ยังน้อยไม่เหมือนกับของนอกฤดู และยังเป็นการสนับสนุนพี่น้องเกษตรไทยให้ขายผลผลิตด้วย
 
2.  อย่าซื้ออาหารหรือผักผลไม้ที่ลดราคาหลังห้างปิด เพราะอาหารเหล่านี้ได้ผ่านการปรุงหรือล้างมาตั้งแต่เช้า โดยกว่าจะถึงมือคุณก็ผ่านมือและตากแดดตากลมมาจนโชกโซน ถ้ารับประทานดูจะรู้ได้ทันทีว่าไม่สดแต่ราคาที่ลดยั่วใจทำให้บางท่านลงซื้อไปแต่ผลลัพธ์ที่ตามอาจได้ไม่คุ้มเสียนัก
 
3.  ล้างผักผลไม้ทุกครั้งแม้จุถูกบรรจุมาในถุงที่บอกว่าได้ล้างมาเรียบร้อยแล้ว เช่นสลัดผักใส่ถุงซิปล็อคตามห้าง เพราะอย่าลืมว่ากว่าจะถึงมือเราบางทีก็เย็นย่ำ ผักที่ล้างแล้วก็อาจมีปคทีเรียเจริญงอกขึ้นมาได้อีก
 
4.  เลือกผักผลไม้ที่เป็นผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์หรือแน่ใจว่าสดสะอาด โดยเทคนิคของผมก็คือซื้อจากแม่ค้าเจ้าประจำเพราะถ้าเป็นลูกค้าเก่าเขาจะบอกตรงๆ ว่าอันไหนสด อันไหนค้าง หรืออีกทีหนึ่งผมก็ไปซื้อที่ร้านดอยคำตรงตลาด อตก. ผักผลไม้จากโครงการหลวงนี้สด กรอบน่ารับประทานมากครับ
 
5.  ฝึกดูฉลากข้างผลิตภัณฑ์ให้เป็นนิสัย ถ้าเป็นฝรั่งนี่เขาจะให้ความสำคัญกับส่วนประกอบของอาหารมาก อย่างคุกกี้ดำยี่ห้อหนึ่งเคยหมกเม็ดไม่ใส่คำเตือนว่ามีไขมันทรานส์แฟ้ทซึ่งทำให้เกิดโรคหัวใจอยู่ยังโดนฟ้องจนเสีนศูนย์ไปเลย แต่ของเรานั้นบางทีก็เอาสะดวกเข้าว่า มองๆ ดูแล้วยังไม่หนดอายุก้ใช้ได้ ซึ่งบางทีของสิ่งเดียวกันแต่ถ้าเขาใส่การกันบูดเข้าไปกว่าจะหมดอายุมันก้นานโขอยู่นะครับ
 
6.  ถ้าเป็นของสดขอให้เลือกซื้อในช่วงเวลาเช้า ถ้าแม้ปัจจุบันการขนส่งจะทันสมัยส่งของได้ทันใจทางเครื่องบินก็ตาม แต่การที่ของสดอยู่ในอากาศที่ร้อนช่วงบ่ายมักจะเป็นเคหะสถาณที่ดีสำหรับแบครีเรีย ขนาดว่าการผ่าตัดผุ้ป่วยนั้นยังไม่นิยมทำกันในเวลาบ่ายเลยครับก็ด้วยเหตุพลเดียวกันนี้เอง
 
7.  ไม่ควรซื้อในวันปลายสัปดาห์ เช่นวันศุกร์หรือเสาร์ด้วยว่าจะเป็นวันที่อาหาร (ที่เคย) สดจะถูกนำมาโละขายให้หมดเพื่อที่จะได้นำของใหม่มาขายต่อไป ในต่างประเทศก็เช่นกัน เชฟที่มีประสบการณ์ได้เคยออกโรงเตอนไว้เลยว่า อย่ากินอาหารทะเลในวันดังที่กล่าวไปเพราะจะได้อาหารที่ไม่สดแต่ถูกปรุงแต่งให้น่าดูน่ารักประทานโดยซอสที่โปะหน้า
 
8.  เลือกรับประทานอาหารหรือซื้ออาหารในร้านที่มีผู้ซื้อเยอะ ด้วยว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงสินค้าเร็ว โอกาสที่ผู้ซื้อจะได้ของค้างก้น้อยลง
 
9.  ชิมอาหารก่อนปรับปรุงให้เป็นนิสัย กรมอนามัยได้เคยออกประกาศเตือนว่าคนไทยเรานั้นเป็นนักบริโภคนิยมในเรื่องของ น้ำตาลและเกลือมากเกินพิกัดที่กำหนด โดยเหตุส่วนส่วนหนึ่งมากจากการ "ปรุงก่อนซิม” จนเป็นนิสัย ทำให้เป็นโรคไต โรคความดันโลหิตสูงกันมากตั้งแต่ยังอายุน้อย
 
10.  อย่ากังวลกับสิ่งที่ผ่านไปหรือกับสิ่งที่ยังไม่เกิดมากเกินไป บางท่านห่วงสุขภาพมากจนไม่เป็นอันกินอันทำอะไรเลย อย่างนี้ก็เรียกว่าสุดโต่งเกินไปไม่เหมาะสม ทำให้ชีวิตมีความเครียดแฟงอยู่ลึกๆ ขอให้คิดว่าถ้าเลือกดีแล้ว ทำดีที่สุดในการป้องกันสุขภาพของเราแล้ว ก็ให้ภูมิใจว่ายังดีกว่าคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลยอีกหลายพันหลายหมื่อนครับ
 
ท้ายนี้ก็ขอให้อย่าเพิ่ฝทอดอาลัยกับชีวิตเลยครับ ยังมีสิ่งที่สวยสดงดงามและอาหารสุขภาพดีๆ ให้ชื่นชมอีกเยอะ อาหารไทยส่วนใหญ่นั้นเป็นอาหารที่ทำจากผักพื้นบ้าน ถ้าเป็นไปได้อยากให้ลองใช้ผักที่ปลูกเองหรือผักที่ขึ้นตามธรรมชาติมาปรุงอาหารดูชึ้งนอกจากจะปลอดภัยรับประทานสะดวกใจแล้วยังได้วิตามินไม้แพ้ผักของฝรั่งด้วยครับ ไม่ว่าจะเป็นตำลึงข้าวรั่ว หรือผักโขมกินยอดก็ได้ ถ้าอยากรับประทานผักให้ได้หลากหลายมากกว่านี้ก็อาจซื้อได้จากที่โครงการหลวง โดยเฉพาะผักคะน้าที่สดกรอบ ราคาไม่แพง เหมาะที่จะนำมารับประทานวันละ 5 กำมือตามโปรแกรมต้านความชนา และยังมีสารต้านมะเร็งที่เรียกว่าอินโดลทรีคาร์บินอล (I-3-C) ที่ช่วยยังยั้งการแบ่งตัวของเซลล์เนื้อร้ายด้วย เห็นไหมครับประเทศไทยเรายังเป็นแหล่งอาหารที่ดีอยู่มาก อย่าเพิ่มถอดใจด้วยเรื่องเล็กน้อยเพียงนี้เสียก่อนเลยครับ บ้านเรายังมีสิ่งที่น่ากลัวกว่าพิษภัยจากอาหารเยอะ
 
ที่มา : นิตยสาร ใกล้หมอ



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode