กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


สาระน่ารู้
อาการปวดประจำเดือน

วันที่ 4 ก.ย. 2556 (จำนวนคนอ่าน 1112 คน)
teenee.com/วาไรตี้
 
อาการปวดประจำเดือน
 
อาการปวดที่เกิดขึ้นเนื่องจากการมีประจำเดือน ไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติใด ๆ เพียงแต่เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงบางคนเท่านั้น ที่มดลูกมีการบีบรัดตัวอย่างรุนแรง จึงไม่ได้มีอะไรที่น่าวิตกกังวล ยกเว้นแต่ว่าจะมีการปวดถ่วงอย่างรุนแรง บริเวณท้องน้อย ซึ่งหากปวดมาก ๆ จนไม่เป็นอันกินอันนอน ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เพราะการปล่อยให้อาการปวดประจำเดือนรุมเร้าทุกครั้งที่มีประจำเดือน โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีนั้น อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตเป็นอย่างมากได้
สาเหตุที่ผู้หญิงมีอาการปวดท้องน้อยสามารถเกิดก่อน เกิดในระหว่าง หรือหลังมีประจำเดือนก็ได้ อาจเกิดจากปีกมดลูกอักเสบ เนื้องอกมดลูก ถุงน้ำรังไข่ หรือในส่วนของโรคที่ไม่ใช่ทางนรีเวช เช่น โรคระบบทางเดินอาหาร โรคระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น
 
สาเหตุของการปวดประจำเดือน ที่เกิดจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) พบประมาณร้อยละ 7-10 ของผู้หญิงทั่วไป และอาจมากถึงร้อยละ 50 ของผู้หญิงก่อนหมดประจำเดือน และพบร้อยละ 38 (โดยเฉลี่ยร้อยละ 20-50) ของผู้หญิงที่มีปัญหาการมีบุตรยาก โดยพบร้อยละ 70-89 ของผู้หญิงที่ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ถ้าหากมีความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรม อัตราเสี่ยงในการเกิดจะเพิ่มขึ้นในญาติสายตรง 10 เท่า
ภาวะการเจริญของเยื่อบุโพรงมดลูกนอกมดลูก ส่วนใหญ่เกิดในอุ้งเชิงกราน ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างมาก ทั้งจากอาการปวดประจำเดือน ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือบางคนอาจไม่มีอาการใด ๆ เลย ส่วนความเกี่ยวข้องกับการมีลูกยาก เกิดจากการรุกล้ำของเนื้อเยื่อเข้าไปในมดลูก ทำให้เกิดพังผืด และทำให้ไข่ในเพศหญิงฝังตัวได้ยากขึ้น
วิธีลดอาการปวดประจำเดือน
การรับประทานยาแก้ปวด เพื่อบรรเทาอาการปวดที่เกิดขึ้น เป็นหนึ่งวิธีที่พบได้บ่อย ๆ ทั่วๆไปซึ่งก็ใช้ได้ผล แต่การสะสมของยาแก้ปวดในร่างกายนั้นส่งผลต่อกระบวนการทำงานของตับ และยังก่อให้เกิดอาการข้างเคียงได้ ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญมากกว่า การออกกำลังกายเป็นประจำ สม่ำเสมอ ไม่หักโหมจนเกิดอาการเจ็บป่วย ยกตัวอย่างเช่น การออกกายบริหารแบบเต้นแอโรบิก การวิ่งอยู่กับที่ การเดินวันละ 10-20 นาที นอกจากจะช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายโดยรวม เป็นไปด้วยดีแล้ว และที่สำคัญช่วยให้ร่างกายสามารถทนกับ ความเจ็บปวดได้มากขึ้น
 
การบำรุงร่างกายด้วยอาหาร และ สมุนไพรจีนอย่าง "ตังกุย” ก็ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้หญิงสมัยนี้ สารสกัดที่อยู่ในตังกุย มีคุณสมบัติต้านการบีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูก ซึ่งทำให้สามารถบรรเทาอาการปวดประจำเดือน และอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวได้ในระดับหนึ่ง รวมทั้งยังสามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ และสม่ำเสมอด้วย
 
นอกจากนี้ การเลือกรับประทานอาหาร ที่ให้พลังงามาก จำพวก แป้ง ไขมัน น้ำตาล และอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ๆ เช่น เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา ตับ หอย ถั่วเมล็ดแห้ง ก็จะช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางเนื่องจากการที่ร่างกายต้องสูญเสียเลือดไป ในขณะมีประจำเดือนด้วยเช่นกัน
 
นอกเหนือจากเรื่องการปฏิบัติตัวที่กล่าวมาข้างต้น แล้ว ยังควรคำนึงถึงสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ บางอย่าง ซึ่งจะช่วยให้เรามีความรู้สึกดีขึ้นในระหว่างที่มีรอบเดือน นั่นคือ ควรพิถีพิถันกับการทำความสะอาดร่างกายให้มากกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณ "จุดซ่อนเร้น”



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode