กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


สาระน่ารู้
วิตามินเสริมกินอย่างไรให้เหมาะกับวัย

วันที่ 1 ส.ค. 2556 (จำนวนคนอ่าน 1622 คน)
teenee.com/วาไรตี้
 
วิตามินเสริม...ความจริงแล้วจำเป็นหรือไม่ แล้วจะต้องกินอย่างไรถึงจะพอ จะดีต่อสุขภาพของตัวเองแบบไม่กินทิ้งให้เปลืองเงิน
 
จริงๆ แล้วทางการแพทย์กล่าวว่า วิตามินเสริมมีความจำเป็นกับร่างกาย เนื่องจากเซลล์ในร่างกายของคนเรามีการทำงานตลอดเวลา ต้องการสารอาหารที่ให้พลังงาน และสารอาหารที่ช่วยหล่อลื่นให้เซลล์ทำงานได้ตลอดเวลาเช่นกัน แต่ด้วยภาวะเร่งรีบในปัจจุบันทำให้การบริโภคมีแต่อาหารประเภทเดียวซ้ำไปซ้ำมา ขาดความหลากหลายทางโภชนาการ ส่งผลให้เซลล์ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ร่างกายจึงอ่อนล้าเพราะระบบในร่างกายขาดความสมดุล
 
ทั้งนี้การเลือกรับประทานวิตามินต้องให้เหมาะกับช่วงวัยด้วยเพื่อให้ร่างกายดูดซึมสมบูรณ์ และได้ประโยชน์มากขึ้น
 
ต่ำกว่า 20 ปี
- ช่วงอายุของการเจริญเติบโต ร่างกายต้องการสารอาหารที่จำเป็นสำหรับสร้างกล้ามเนื้อและกระดูก- วิตามิน C และ D มีบทบาทอย่างมากในการสร้างกระดูก โดยช่วยดูดซึมแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แคลเซียม แมกนีเซียม หรือฟอสฟอรัส
 
20 - 40 ปี
- เป็นช่วงที่ร่างกายเจริญเติบโตแบบช้าๆ ระบบประสาทกับสมองทำงานหนัก เนื่องจากอยู่ในวัยทำงานสร้างฐานะ - ควรเสริมวิตามิน B ทั้งหมด ซึ่งช่วยในการทำงานของสมอง และประสาทส่วนกลาง การทำงานของหัวใจ สร้างเม็ดเลือดแดง และระบบภูมิคุ้มกัน
 
40 ปีขึ้นไป
- มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเร็ว เนื่องจากระดับฮอร์โมนลดลง และเริ่มมีสัญญาณแห่งความหย่อนคล้อย และโรคต่างๆ เนื่องจากอนุมูลอิสระ - วิตามินทุกชนิดล้วนจำเป็นต่อร่างกาย แต่เน้นวิตามิน C ซึ่งจะช่วยขจัดอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดโรคหลายชนิด นอกจากนี้วิตามิน E หากได้รับอย่างเหมาะสมจะลดภาวะวัยทองได้ วิตามินทั้ง 2 ชนิดต่างมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูง
 
ปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์ก้าวไปไกล แพทย์เฉพาะทางด้านศาสตร์แห่งการชะลอวัย ที่มีความชำนาญในเรื่องการใช้วิตามินมารักษารวมถึงป้องกันโรคต่างๆ มีคัสตอมไมซ์ ซัพพลีเม้นท์ การปรุงสูตรวิตามินจากพื้นฐานประวัติของคนไข้ โดยอิงจากผลการตรวจร่างกาย ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นข้อดีกว่าการรับประทานแยกชนิด เพราะจะต้องรับประทานจำนวนหลายสิบเม็ด ซึ่งการทำคัสตอมไมซ์ ซัพพลีเม้นท์ ทำให้ไม่ต้องรับประทานวิตามินในปริมาณหลายเม็ดสร้างความสะดวกสบายมากขึ้น
 
กินถูกก็ดี กินผิดวิธีก็ให้โทษ 
 
วิตามินแต่ละชนิดราราไม่ใช่ถูก เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด จึงควรศึกษาวิธีการรับประทานแต่ละชนิดให้เข้าใจ เพราะวิตามินแต่ละชนิดมีข้อห้ามแตกต่างกัน อาทิ วิตามินซี มีประโยชน์ในเรื่องของการต้านทาน ลดความเสี่ยง โดยเฉพาะในเรื่องของไวรัส ไข้หวัดหรือระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้วิตามิน C ยังช่วยในเรื่องของผิวพรรณ ช่วยให้ผิวขาวขึ้น ทำให้คอลลาเจนของเราแข็งแรง ผิวเหี่ยวย่นน้อยลง แต่การใช้วิตามิน C ผิด อาจจะมีโทษได้หรือภาวะความเป็นพิษได้ เพราะฉะนั้นจึงควรรับประทานในปริมาณที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำเท่านั้น
 
เชคลิส หลักการง่ายๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ
1. ถามตัวเองก่อนว่าต้องการกินวิตามินเพื่ออะไร ต้องการเสริมจุดไหนในร่างกาย
2. จะเลือกยี่ห้อไหน และดูการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง มีอย.
3. แหล่งที่มาของวัตถุดิบจากที่ไหน เพราะมีผลต่อคุณภาพวิตามิน
4. ดูวันหมดอายุ
5. บรรจุภัณฑ์เหมาะสมหรือไม่ เพราะวิตามินบางตัวห้ามโดนแสงแดด เนื่องจากแสงแดดเป็นต้นเหตุของอนุมูลอิสระ ซึ่งมันจะไปทำร้ายฤทธิ์ของวิตามิน เท่ากับการรับประทานวิตามินนั้นสูญเปล่า โดยเฉพาะวิตามินซี ถ้าโดนแสงแดดแล้วจะทำให้ฤทธิ์ของวิตามินอ่อนลง และสีจะเปลี่ยน
 
เรียกได้ว่าในแต่ละวัยก็ต้องการวิตามินในปริมาณและชนิดที่แตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่เรื่องอายุ หากแต่ร่างกายของแต่ละคน ที่จะเป็นตัววัดว่าคนเราควรได้รับวิตามินแค่ไหนถึงจะเหมาะสม ฉะนั้นการเลือกซื้อวิตามินมารับประทานเอง ควรปรึกษาเภสัชกรหรือพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
 
TIPS ทางการแพทย์ไม่แนะนำให้รับประทานวิตามินในช่วงที่ท้องว่าง เพราะว่าวิตามินเสริมส่วนใหญ่มีฤทธิ์เป็กรดอ่อนๆ เช่น วิตามินซี น้ำมันปลา หากรับประทานพร้อม ๆ กัน ความเป็นกรดจะทำลายกระเพาะอาหาร ทำให้รู้สึกท้องอืด แน่น ท้องเฟ้อในทางกลับกัน หากรับประทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร อาการดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้น ร่างกายจะเริ่มกระบวนการย่อยทันที และรับรู้ว่าวิตามินที่รับประทานเป็นสารอาหารตัวหนึ่ง ช่วยให้การดูดซึมสมบูรณ์และได้ประโยชน์มากขึ้น
 




เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode