กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


ข่าวฝาก >> ธุรกิจ
อะพอลโล ไทร์ส ซื้อกิจการคูเปอร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ คอมพานี

วันที่ 14 มิ.ย. 2556 )
 
เกอร์กาออน, อินเดีย และฟินด์เลย์, โอไฮโอ--(บิสิเนส ไวร์)--12 มิ.ย. 2556 ก่อเกิดเป็นบริษัทยางรถยนต์รายใหญ่อันดับ 7 ของโลก ด้วยรายได้ 6.6 พันล้านดอลลาร์ บริษัท อะพอลโล ไทร์ส จำกัด (Apollo Tyres Ltd) (NSE: ApolloTYRE) และบริษัท คูเปอร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ คอมพานี (Cooper Tire & Rubber Company) (NYSE: CTB) ประกาศว่า อะพอลโลได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการเข้าซื้อกิจการบริษัทคูเปอร์ด้วยเงินสดทั้งหมดคิดเป็นมูลค่าราว 2.5 พันล้านดอลลาร์ เงื่อนไขของข้อตกลงซึ่งผ่านการรับรองอย่างเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการบริหารของทั้งสองบริษัท ระบุว่า ผู้ถือหุ้นคูเปอร์จะได้รับเงินสด 35.00 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งราคาเสนอซื้อดังกล่าวมีมูลค่าสูงกว่าราคาหุ้นคูเปอร์ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในช่วงระยะเวลา 30 วันทำการซื้อขาย โดยมีส่วนเพิ่มของราคา 40% การควบรวมกิจการเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ จะเป็นการรวมตัวกันของสองบริษัทที่มีแบรนด์ดัง มีรากฐานธุรกิจในภูมิภาคต่างๆ และมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ก่อเกิดเป็นบริษัทชั้นนำของโลกในด้านการผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์ อะพอลโลซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2515 มีชื่อเสียงทั่วโลกในด้านยางรถยนต์ประสิทธิภาพสูง โดยเป็นเจ้าของแบรนด์ยางรถยนต์ระดับพรีเมียมและระดับกลางหลายแบรนด์ ซึ่งรวมถึงแบรนด์ดังอย่าง Apollo และ Vredestein ส่วนคูเปอร์ซึ่งเป็นบริษัทยางรถยนต์รายใหญ่อันดับ 11 ของโลกเมื่อพิจารณาจากรายได้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2457 และปัจจุบันเป็นผู้จัดจำหน่ายยางรถยนต์ระดับพรีเมียมและระดับกลางไปทั่วโลกภายใต้แบรนด์ชั้นนำมากมาย อาทิ Cooper, Mastercraft, Starfire, Chengshan, Roadmaster และ Avon บริษัทที่ควบรวมกันแล้วจะกลายเป็นบริษัทยางรถยนต์รายใหญ่อันดับ 7 ของโลก และจะมีรากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งในตลาดที่มีการเติบโตสูงใน 4 ทวีป ในปี 2555 ทั้งสองบริษัทมียอดขายรวมกัน 6.6 พันล้านดอลลาร์ ดังนั้นบริษัทที่ควบรวมกันแล้วจะมีแบรนด์สินค้ามากมายและมีศักยภาพมากข ึ้นในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก คาดว่าการควบรวมกิจการจะทำให้บริษัทมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าจัดจำหน่าย (EBITDA) ราว 80-120 ล้านดอลลาร์ต่อปี และคาดว่าจะได้รับกำไรอย่างเต็มที่หลังผ่านไปแล้ว 3 ปี โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน การจัดซื้อ เทคโนโลยี การใช้งานผลิตภัณฑ์ และการผลิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าการควบรวมกิจการครั้งนี้จะมีผลต่อกำไรของอะพอลโลทันที อองการ์ เอส. คันวาร์ (Onkar S. Kanwar) ประธานของอะพอลโล กล่าวว่า "การควบรวมกิจการครั้งนี้ทำให้เราได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการรองรับความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ทั้งในตลาดที่พัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว คูเปอร์เป็นแบรนด์หนึ่งซึ่งได้รับการยอมรับสูงสุดในอุตสาหกรรมยางรถยนต์ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตและเครือข่ายการกระจายสินค้าที่ครอบคลุม ตลอดจนรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งในอเมริกาเหนือและจีน บริษัทที่ควบรวมกันแล้วจะมีศักยภาพในการตอบสนองตลาดขนาดใหญ่ที่มั่นคงอย่างส หรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป รวมถึงตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วอย่างอินเดีย จีน แอฟริกา และละตินอเมริกา ที่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก แบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่รวมกันแล้วจะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หนึ่งซึ่งมีความหลากหลายและครอบคลุมมากที่สุดในอุตสาหกรรม” รอย อาร์เมส (Roy Armes) ประธานกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการของคูเปอร์ กล่าวว่า "การควบรวมกิจการครั้งนี้น่าดึงดูดใจและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นคูเปอร์ รวมถึงลูกค้าและพนักงานของเรา เรามองเห็นความสำเร็จของอะพอลโลในการพัฒนาตนเองจนกลายเป็นกลุ่มบริษัทยางรถยนต์ขนาดใหญ่ระดับโลก เราเคารพนับถืออะพอลโลและผู้บริหารบริษัท เราทั้งสองบริษัทแทบไม่มีพื้นที่ทับซ้อนทางธุรกิจ และมีโอกาสในการเติบโตที่ไม่ซ้ำกัน และเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจเหมือนกันที่จะพัฒนานวัตกรรม คุณภาพ และบริการที่มีให้กับลูกค้า รวมถึงค่านิยมหลักอย่างความปลอดภัย ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนาบุคลากร และการคืนกำไรให้กับชุมชน เราตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกันเพื่อผลักดันให้บริษัทเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งในธุรกิจย างรถยนต์โลกที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ซึ่งการเพิ่มขนาดและขยายการผลิตจะช่วยรับประกันความสำเร็จในระยะยาว” นีราจ คันวาร์ (Neeraj Kanwar) รองประธานและกรรมการผู้จัดการของอะพอลโล กล่าวว่า "ผลิตภัณฑ์อันหลากหลายของบริษัทที่ควบรวมกันแล้วจะรองรับตลาดยานยนต์อย่างครอบคลุม ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถบรรทุกขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ยานพาหนะที่ใช้ในฟาร์ม รวมถึงรถออฟโร้ด ธุรกิจที่มีความครอบคลุมมากขึ้นทั่วโลกจะช่วยให้ลูกค้าและตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกมีโอกาสมากขึ้นในการเข้าถึงยางรถยนต์คุณภาพตามที่ลูกค้าคาดหวังจากสินค้าแต่ละแบรนด์ของเรา การรวมตัวกันจะทำให้เรามีรากฐานที่แข็งแกร่งในตลาดยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 3 แห่ง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน” เขากล่าวเสริมว่า "ที่สำคัญคือ ทั้งอะพอลโลและคูเปอร์ได้สั่งสมชื่อเสียงในด้านความแข็งแกร่งของบุคลากรมานาน ดังนั้นเราจะรักษาเครือข่ายและบุคลากรของแต่ละองค์กรในแต่ละภูมิภาคต่อไปหลังการควบรวมกิจการ พร้อมกับสร้างสรรค์โอกาสใหม่ๆในองค์กรด้วย เรารู้สึกตื่นเ ต้นกับความเป็นไปได้มากมายที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งนี้ และตั้งตารอที่จะต้อนรับพนักงานของคูเปอร์มาเป็นครอบครัวเดียวกับอะพอลโล” ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถปิดการซื้อขายกิจการได้ภายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยต้องผ่านการเห็นชอบตามระเบียบข้อบังคับและเป็นไปตามเงื่อนไขของการเข้าซื้อกิจการ และต้องได้รับการรับรองจากผู้ถือหุ้นของคูเปอร์ หลังปิดการซื้อขายแล้ว คูเปอร์จะกลายเป็นบริษัทที่จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์ และหุ้นสามัญของคูเปอร์จะไม่มีการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กอีกต่อไป คาดว่าคูเปอร์จะยังอยู่ภายใต้การบริหารงานของสมาชิกคณะผู้บริหารชุดปัจจุบัน และจะยังดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทในเครือที่ตั้งอยู่ทั่วโลก คูเปอร์จะยังคงให้การยอมรับสหภาพแรงงานต่างๆ และยอมรับเงื่อนไขของสัญญาร่วมเจรจาต่อรอง (collective bargaining agreements) ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็จะให้ค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ต่างๆกับพนักงานที่ไม่ใช่สมาชิกสหภาพแรงงานในอัตราเดียวกับปัจจุบัน มอร์แกน สแตนลีย์ แอน ด์ โค แอลแอลซี (Morgan Stanley & Co. LLC) และดอยช์ แบงก์ ซีเคียวริตีส์ อิงค์ (Deutsche Bank Securities Inc.) ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ขณะที่บริษัทจัดการลงทุน เกรทเตอร์ แปซิฟิก แคปิตอล (Greater Pacific Capital) ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการเงินและกลยุทธ์ให้กับอะพอลโล สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) เป็นผู้เดียวที่ให้เงินทุนแก่อะพอลโลในการซื้อขายกิจการครั้งนี้ พร้อมกับควบตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปรับโครงสร้างองค์กร ขณะที่มอร์แกน สแตนลีย์ ซีเนียร์ ฟันดิ้ง อิงค์ (Morgan Stanley Senior Funding, Inc.), ดอยช์ แบงก์ ซีเคียวริตีส์ อิงค์, สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด และโกลด์แมน แซคส์ แบงก์ ยูเอสเอ (Goldman Sachs Bank USA) ร่วมกันจัดหาทุนให้กับบริษัทในเครืออะพอลโล ซัลลิแวน แอนด์ ครอมเวลล์ แอลแอลพี (Sullivan & Cromwell LLP) และอามาร์ชานด์ แอนด์ มังกัลดาส แอนด์ ซูเรช เอ ชรอฟฟ์ แอนด์ โค (Amarchand & Mangaldas & Suresh A Shroff & Co) ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายให ้กับอะพอลโล ขณะที่แบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ (BofA Merrill Lynch) รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และโจนส์ เดย์ (Jones Day) เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายของคูเปอร์ เกี่ยวกับบริษัท อะพอลโล ไทร์ส จำกัด บริษัท อะพอลโล ไทร์ส จำกัด คือผู้ผลิตยางรถยนต์ประสิทธิภาพสูงซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในอินเดีย บริษัทดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เชื่อถือได้และความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันได้ บริษัทมีโรงงานผลิตหลายแห่งทั้งในอินเดีย เนเธอร์แลนด์ และแอฟริกาใต้ และส่งออกผลิตภัณฑ์ไปทั่วโลก บริษัทดำเนินธุรกิจในตลาดแต่ละแห่งผ่านเครือข่ายร้านตัวแทนจำหน่ายที่มีสินค้าหลากหลายและเป็นสินค้าแบรนด์เนมของแท้ เกี่ยวกับคูเปอร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ คอมพานี คูเปอร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ คอมพานี (NYSE: CTB) เป็นบริษัทแม่ของกลุ่มบริษัทระดับโลกซึ่งเชี่ยวชา ญด้านการออกแบบ ผลิต ทำการตลาด และจัดจำหน่ายยางรถนั่งส่วนบุคคลลและยางรถบรรทุกขนาดเล็ก คูเปอร์มีบริษัทร่วมทุน บริษัทในเครือ และบริษัทลูกหลายแห่ง ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องของยางรถบรรทุกขนาดกลาง ยางรถจักรยานยนต์ และยางรถแข่ง คูเปอร์มีสำนักงานใหญ่ในเมืองฟินด์เลย์ รัฐโอไฮโอ และมีโรงงานผลิต สำนักงานขาย ศูนย์กระจายสินค้า ศูนย์เทคนิค และศูนย์ออกแบบของบริษัทในเครือใน 11 ประเทศทั่วโลก รับชมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคูเปอร์ ไทร์ ได้ที่ www.coopertire.com, www.facebook.com/coopertire หรือ www.twitter.com/coopertire ข้อมูลเพิ่มเติม ในการควบรวมกิจการครั้งนี้ คูเปอร์จะยื่นหนังสือมอบฉันทะต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) นักลงทุนควรอ่านหนังสือมอบฉันทะเมื่อมีการเผยแพร่ เพราะมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการซื้อการกิจการและคูเปอร์ ท่านสามารถอ่านหนังสือมอบฉันทะรวมถึงเอกสารอื่นๆที่มีข้อมูลเกี่ยวกับคูเปอร์ได้ฟรีที่เว็บไซต์ www.sec.gov นอกจากนั้นยังสามารถขอรับสำเนาหนังสือมอบฉันทะ และเอกสารอื่นๆที่คูเปอร์ยื่นต่อ SEC ได้ฟรี โดยติดต่อโดยตรงที่ Cooper Tire & Rubber Company, 701 Lima Avenue, Findlay, Ohio 45840, c/o Jerry Long (investorrelations@coopertire.com) ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการชี้ชวน คูเปอร์รวมถึงกรรมการบริษัทและพนักงานบริษัท อาจได้รับฉันทะจากผู้ถือหุ้นของคูเปอร์ให้เข้าประชุมพิเศษผู้ถือหุ้นซึ่งจะจัดขึ้นเพื่อพิจารณาเรื่องการควบรวมกิจการครั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับกรรมการและพนักงานบริษัทคูเปอร์ รวมถึงการถือหุ้นสามัญในบริษัท ระบุอยู่ในเอกสาร Form 10-K ที่ยื่นต่อ SEC เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 และในหนังสือมอบฉันทะสำหรับการประชุมประจำปีผู้ถือหุ้นของคูเปอร์ ซึ่งยื่นต่อ SEC เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2556 ผู้ถือหุ้นอาจได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลประโยชน์ของคูเปอร์ กรรมการ และผู้บริหารบริษัท อันเกี่ยวเนื่องกับการควบรวมกิจการครั้งนี้ ซึ่งอาจแตกต่างจากของผู้ถือหุ้นคูเปอร์ จากการอ่านหนังสือมอบฉันทะและเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการ เม ื่อยื่นต่อ SEC แล้ว ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า ข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าตามที่มีการจำกัดความในกฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐ ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้ามิได้อ้างอิงจากข้อเท็จจริงในอดีต แต่เป็นการคาดการณ์ การประเมิน หรือความคาดหมายของคูเปอร์และอะพอลโลเกี่ยวกับผลลัพธ์หรือเหตุการณ์ในอนาคต ข้อความเหล่านี้มักใช้คำหรือวลีที่บ่งชี้ถึงการคาดการณ์ล่วงหน้า เช่น "เชื่อ” "คาด” "คาดคะเน” "คาดการณ์” "อาจจะ” "น่าจะ” "ตั้งใจ” "เจตนา” "มั่นใจ” "ประมาณการ” "วางแผน” "มีแนวโน้ม” "จะ” "ควรจะ” หรือคำหรือวลีอื่นๆที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน ข้อความเหล่านี้ไม่ได้รับประกันผลการดำเนินงาน นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงทั้งที่ทราบและไม่ทราบ ตลอดจนความไม่แน่นอนและสมมติฐานซึ่งยากจะคาดเดา ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ ผลการดำเนินงาน หรือผลสำเร็จที่แท้จริงมีความแตกต่างอย่างมากจากที่คาดการณ์ เราไม่สามารถรับประกันได้ว่าการคาดการณ์ การประมาณการ หรือการคาดหมายของเราจะบรรลุผลตามที่หวังไว้ &nb sp; ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าในข่าวประชาสัมพันธ์นี้จัดทำขึ้น ณ วันที่ระบุในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ และเราไม่มีภาระผูกพันที่จะต้องปรับปรุงข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าใดๆต่อสาธารณะ แม้ว่าจะมีผลลัพธ์หรือเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นภายหลังก็ตาม มีปัจจัยมากมายที่อาจทำให้ผลลัพธ์และเหตุการณ์ที่แท้จริงมีความแตกต่างอย่างมากจากที่กล่าวถึงหรือกล่าวเป็นนัยในข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า อาทิ ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน ซึ่งรวมถึงยาง เหล็ก ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติ รวมถึงการขาดแคลนวัตถุดิบและแหล่งพลังงาน, ซัพพลายเออร์ของคูเปอร์หรืออะพอลโลล้มเหลวในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ตามเวลาที่กำหนดในสัญญา, สภาพธุรกิจและเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไป, ความล้มเหลวในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงความล้มเหลวของคูเปอร์ในการใช้ระบบ ERP, กิจกรรมการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงความเคลื่อนไหวของบริษัทคู่แข่งที่มีขนาดใหญ่กว่าหรือมีต้นทุนต่ำกว่า, ความล้มเหลวในการทำยอดขายตามที่ตั้งเป้าไว้, ความสัมพั นธ์ระหว่างคูเปอร์หรืออะพอลโลกับลูกค้าที่เปลี่ยนไป ซึ่งรวมถึงการสูญเสียธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งด้วยเหตุผลด้านการแข่งขันหรือเหตุผลอื่นๆ, คูเปอร์หรืออะพอลโลถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งรวมถึงการเรียกร้องความรับผิดชอบในผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อคูเปอร์หรืออะพอลโล, การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีศุลกากรหรือการบังคับใช้อัตราภาษีศุลกากรหรือข้อกำหนดด้านการค้าใหม่, การเปลี่ยนแปลงการจ่ายเงินบำนาญและ/หรือเงินกองทุน อันเป็นผลมาจากผลการลงทุนของกองทุนบำนาญของคูเปอร์ และการเปลี่ยนแปลงอัตราคิดลด การเพิ่มเงินเดือน และผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้จากกองทุน หรือการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดด้านการบัญชีที่เกี่ยวข้อง, รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ รวมถึงที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ, ความผันผวนของตลาดการเงินและตลาดทุน หรือการเปลี่ยนแปลงในตลาดสินเชื่อและ/หรือการเข้าถึงตลาดเหล่านี้, การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยหรืออัตราแลกเปลี่ยนเงนตราต่างประเทศ, การเปลี่ยนแปลงเชิงลบของอันดับความน่าเชื่อถือของคูเปอร์หรืออะพอลโล ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้นและ/หรือเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงตลาดสินเชื่อ, ความเสี่ยงจากการทำ ธุรกิจนอกสหรัฐอเมริกา, ความล้มเหลวในการพัฒนาเทคโนโลยี กระบวนการ หรือผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับการตอบสนองความต้องการของลูกค้า, ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี, การไม่สามารถถอนทุนคืนเพื่อนำมาพัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการใหม่ๆ, ผลกระทบจากปัญหาด้านแรงงาน ซึ่งรวมถึงการหยุดงานที่คูเปอร์หรืออะพอลโล หรือที่ซัพพลายเออร์หรือลูกค้ารายใหญ่หนึ่งรายหรือมากกว่านั้น, ความล้มเหลวในการดึงดูดหรือรักษาบุคลากรสำคัญให้อยู่กับบริษัท, การควบรวมกิจการของบริษัทคู่แข่งหรือลูกค้า, การใช้สมมติฐานที่ไม่แม่นยำในการพัฒนากลยุทธ์หรือแผนการดำเนินงานของคูเปอร์หรืออะพอลโล หรือความไร้ศักยภาพหรือความล้มเหลวในการใช้แผนดังกล่าว, ความล้มเหลวในการดำเนินการหลังการควบรวมกิจการ หรือการดำเนินกิจกรรมทางการคลังที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพคล่องและแหล่งเงินทุน, การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างคูเปอร์กับพันธมิตรร่วมทุน, ความล้มเหลวในการขึ้นราคาเพื่อชดเชยต้นทุนการผลิตและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น, ความล้มเหลวในการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของคูเปอร์หรืออะพอลโล, ความล้มเหลวในการใช้สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี นอกจากน ั้นยังมีปัจจัยอื่นๆที่ผู้บริหารกล่าวถึง และมีการวิเคราะห์ในรายงานล่าสุดหลายฉบับที่คูเปอร์ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ตลอดจนความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการที่อะพอลโลเสนอซื้อกิจการคูเปอร์ ซึ่งรวมถึงความไม่แน่นอนของกำหนดเวลาในการยื่นและรับรองเอกสารเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ, กำหนดเวลาดำเนินการควบรวมกิจการเสร็จสมบูรณ์ และความสามารถในการปิดการซื้อขายกิจการ ปัจจัยเหล่านี้อธิบายอย่างชัดเจนแต่ก็ยังไม่ครบถ้วนทั้งหมด ผู้อ่านควรประเมินข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าทั้งหมดโดยพึงระลึกว่าข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าเหล่านี้มีความไม่แน่นอน สามารถดาวน์โหลดรูปภาพและสื่อมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/multimedia/home/20130612005747/en/ ติดต่อ: สื่อมวลชนติดต่ออะพอลโลได้ที่ โจนาธาน ดอร์ลีย์ (Jonathan Doorley) / ซาร่าห์ บราวน์ (Sarah Brown)   ; ซาร์ด เวอร์บินเนน แอนด์ โค (Sard Verbinnen & Co) โทร: +1 212-687-8080 อีเมล: jdoorley@sardverb.com หรือ ยอกราจ วาร์มา (Yograj Varma) โทร: +91-124-2721430 อีเมล: yograj.varma@apollotyres.com หรือ ซูเวียร์ พอล (Suvir Paul) เพนน์ โชน แอนด์ เบอร์แลนด์ (Penn Schoen & Berland) โทร: +91-96548-60164 อีเมล: spaul@ps-b.com &nb sp; นักลงทุนติดต่ออะพอลโลได้ที่ ริต้า กุมาร์ (Ritu Kumar) โทร: +91-124-2721401 อีเมล: ritu.kumar@apollotyres.com สื่อมวลชนติดต่อคูเปอร์ได้ที่ แอน โรมัน (Anne Roman) โทร: +1 419-429-7189 อีเมล: alroman@coopertire.com หรือ ไรอัน คัดนีย์ (Ryan Cudney) เอเดลแมน (Edelman) โทร: +1 312-240-2937 อีเมล: ryan.cudney@edelman. com นักลงทุนติดต่อคูเปอร์ได้ที่ เจอร์รี่ ลอง (Jerry Long) โทร: +1 419-424-4165 อีเมล: investorrelations@coopertire.com



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode