กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


ข่าวฝาก >> ธุรกิจ
ไบเออร์ แอนิมอล เฮลธ์ ช่วยผู้ผลิตสุกรป้อนอาหารสู่ตลาดโลก

วันที่ 12 มิ.ย. 2555 )
 
          เชจู, เกาหลีใต้--11 มิ.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          - บริษัทสุขภาพสัตว์ชั้นนำชูประเด็นอนาคตของการผลิตสุกรเป็นวาระสำคัญในการประชุม

          ไบเออร์ แอนิมอล เฮลธ์ (Bayer Animal Health) จัดกิจกรรมล่าสุดเพื่อปฏิวัติการผลิตปศุสัตว์ ในการประชุมสมาคมสัตวแพทย์สุกรนานาชาติ International Pig Veterinary Society (IPVS) Congress ครั้งที่ 22 ที่เกาะเชจู ประเทศเกาหลีใต้

          ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับธุรกิจปศุสัตว์ ไบเออร์ แอนิมอล เฮลธ์ ได้จัดการประชุมวิชาการสุกรนานาชาติ International Bayer Pig Symposium ครั้งที่ 4 ที่เกาะเชจู เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน โดยเปิดโอกาสให้สัตวแพทย์และผู้ผลิตสุกรกว่า 200 คนจาก 19 ประเทศ ได้เข้าถึงแนวคิดล่าสุดเกี่ยวกับวิธีการที่ใช้ได้จริงในการแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงทั่วโลก จากนั้นได้มีการประชุมวิชาการผ่านดาวเทียม ณ การประชุม IPVS โดยนักวิชาการระดับแนวหน้าได้ร่วมกันอภิปรายเรื่องอนาคตของการผลิตสุกรในโลกที่มีการบริโภคมากขึ้นแต่มีทรัพยากรธรรมชาติลดลง

          วูล์ฟกัง มุลเลอร์ (Wolfgang Muller) หัวหน้าฝ่ายการตลาดโลกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ บริษัท ไบเออร์ แอนิมอล เฮลธ์ กล่าวว่า "ไบเออร์ แอนิมอล เฮลธ์ ตระหนักดีถึงความท้าทายที่อุตสาหกรรมการผลิตสุกรต้องเผชิญในอีกหลายปีข้างหน้า นั่นคือการเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้นอย่างคุ้มทุน ขณะที่การอนุรักษ์ทรัพยากรรวมถึงการรักษาสุขภาพและสวัสดิภาพของสัตว์ก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมปศุสัตว์จำเป็นต้องร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ทั้งนี้ การประชุมวิชาการเหล่านี้และงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ช่วยรวบรวมความรู้ระดับท้องถิ่น วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และความเชี่ยวชาญจากทั่วโลกมาไว้ด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนปศุสัตว์สามารถอยู่รอดและเติบโตในช่วงเวลาท้าทายเช่นในปัจจุบันได้”

          แบ่งปันความรู้ระดับท้องถิ่น

          การประชุมวิชาการ International Bayer Pig Symposium ครั้งที่ 4 ซึ่งจัดโดยไบเออร์ มีดร.เบนท์ นีลเซ่น (Dr Bent Nielsen) ผู้แทนจากสมาคมสัตวแพทย์สุกรแห่งเดนมาร์ก (Swine Veterinary Association of Denmark) เป็นประธาน การประชุมนี้เน้นไปที่การแบ่งปันความรู้ระดับท้องถิ่น เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ใช้ได้จริงสำหรับผู้ผลิตสุกรและสัตวแพทย์สุกร ที่ต้องการพัฒนาสวัสดิภาพและการผลิตสุกรทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

          ดร.คีส ชีพเพนส์ (Dr Kees Scheepens) จากองค์กรฟาร์มูล่าวัน (FarmulaOne) ในเนเธอร์แลนด์ เป็นผู้เปิดการประชุม และได้บรรยายเกี่ยวกับพื้นฐานของการสังเกตอาการสุกรตามแนวคิด Pig Signals(R) ขณะที่ดร.วาคิม ซีกาเลส (Dr Joaquim Segales) จากมหาวิทยาลัย Universitat Autonoma de Barcelona ประเทศสเปน นำเสนอเคล็ดลับในการออกแบบโครงการให้วัคซีนสุกรที่ได้ผลดีที่สุดและใช้ต้นทุนน้อยที่สุด จากนั้น ดร.คยองจิน คิม (Dr Kyoungjin Kim) จาก Pig and Health Vet Group ในเกาหลีใต้ ได้มาอัพเดทสถานะล่าสุดของโรคท้องร่วงติดต่อในสุกร (โรคพีอีดี) ในเกาหลีใต้ โดยแสดงให้เห็นว่าอัตราการตายของลูกสุกรดูดนม (suckling pigs) สูงสุดอยู่ที่ 100% อย่างไรก็ดี ดร.คิมพบว่ามีแนวโน้มใหม่ในการติดโรคพีอีดีในเกาหลีใต้ โดยพบว่าอัตราการตายของลูกสุกรดูดนมลดลง (20-30% เทียบกับ 80-100%) ในช่วงฤดูหนาวปี 2554/55 ถึงกระนั้นดร.คิมก็เน้นย้ำว่า การป้องกันเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการควบคุมโรคพีอีดี โดยพบว่าผู้ที่ใช้หลักชีวอนามัยมีการแพร่ระบาดของโรคลดลง

          ปิดท้ายด้วย ดร.แอนเดอร์ส โฮล์ม (Dr Anders Holm) จาก Odder Veterinary Practice ในเดนมาร์ก ที่มาบรรยายเรื่องความพยายามในการรณรงค์ป้องกันการติดต่อของโรคบิดในประเทศจีนโดยใช้ "ห้องทดลองเคลื่อนที่” ที่พัฒนาโดยไบเออร์ แอนิมอล เฮลธ์ ดร.โฮล์มได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อพบกับผู้ผลิตสุกรในจีนซึ่งไม่เคยได้เข้าถึงห้องทดลอง เพื่อประเมินโรคบิดในฟาร์มนั้นๆ ดร.โฮล์มกล่าวว่า "ผู้ผลิตสุกรในประเทศจีนสนใจแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนร่วมอาชีพจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก และผมก็เชื่อว่าผู้ผลิตสุกรในยุโรปสามารถเรียนรู้จากเพื่อนร่วมอาชีพในจีนได้ เนื่องจากต้นทุนการผลิตในจีนกำลังลดลง และโรคหลายโรคที่ยุโรปยังไม่เคยประสบพบเจอ ก็เป็นโรคที่เกิดขึ้นบ่อยในประเทศจีน”

          ป้อนอาหารโลก หรือรักษ์โลก

          ในการประชุมวิชาการผ่านดาวเทียมในวันที่ 11 มิถุนายน สัตวแพทย์และผู้ผลิตสุกรกว่า 400 คนจากทั่วโลกได้ร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับความจำเป็นของแนวทางปฏิบัติเพื่อเพิ่มมูลค่าการผลิตสูงสุด ภายใต้หัวข้อ "ป้อนอาหารโลก หรือรักษ์โลก” ('Feeding the world…or saving the planet?) โดยมีศาสตราจารย์อาร์เลตต์ ลาวาล (Professor Arlette Laval) จากแผนกอายุรกรรมสัตว์ที่เป็นอาหาร Nantes Atlantic College of Veterinary Medicine เป็นประธาน

          การอภิปรายดังกล่าวเจาะลึกเรื่องความท้าทายและโอกาสต่างๆที่ผู้ผลิตสุกรต้องเผชิญ จากการที่จำนวนประชากรโลกขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้งไปพร้อมกับระดับการบริโภคเนื้อสัตว์ ดร.ออสเลอร์ เดซูซาร์ท (Dr Osler Desouzart) เจ้าของบริษัท โอดี คอนซัลติ้ง (OD consulting) บริษัทให้คำปรึกษาในบราซิล ได้นำเสนอเรื่องการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการ "ปฏิวัติเงียบสีเขียว” (Silent Green Revolution) เพื่อแก้ปัญหาความไม่เสมอภาคในการเข้าถึงโปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพ

          ดร.เดซูซาร์ท กล่าวว่า "ประชากรโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งจนกระทั่งถึงปีพ.ศ.2643 เป็นอย่างน้อย และการเพิ่มขึ้นของประชากรส่วนใหญ่อยู่ในประเทศด้อยพัฒนาที่สุดของโลก ดังนั้นการแจกจ่ายอาหารอย่างเท่าเทียมกันจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง”

          ดร.แมนเฟรด เจ เคิร์น (Dr Manfred J Kern) จากบริษัท อะกริเอ็กเซลเลนซ์ จีเอ็มบีเอช (agriExcellence GmbH) ในเยอรมนี ได้พิจารณาถึงความจำเป็นในการสร้างสมดุลระหว่างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมกับการผลิตสุกรในปริมาณมาก ดร.เคิร์น กล่าวว่า ความท้าทายยิ่งใหญ่ที่สุดที่ภาคปศุสัตว์จะต้องเผชิญคือ การหาทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือน้อยที่สุด และหาทางพัฒนา "carbon conscious pork” เนื้อสุกรรูปแบบใหม่ที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ลดลงมาก ดร.เคิร์นกล่าวว่า "สัตวแพทยศาสตร์จะมีบทบาทสำคัญในการทำให้มั่นใจว่าสุกรจะมีสุขภาพดีและเจริญเติบโต ทั้งยังช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรด้วยการลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากโรคทั่วไปหรือโรคระบาด”

          ความหวังเรื่องวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์สุกร

          ไบเออร์ แอนิมอล เฮลธ์ ยังใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนใหม่สำหรับโรคอหิวาต์สุกร ดร.เหมา-เฉิน (Dr Maw-Shen) จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติชุงซิงของไต้หวัน (National Chung Hsing University of Taiwan) ได้เสนอภาพโปสเตอร์ที่แสดงให้เห็นประสิทธิภาพเชิงบวกและการป้องกันการติดต่อของโรคอหิวาต์จากสุกรสู่สุกร

          ปฏิวัติการผลิตปศุสัตว์

          วูล์ฟกัง มุลเลอร์ กล่าวว่า "การที่เราร่วมจัดกิจกรรมกับสมาคม IPVS เป็นตัวอย่างเด่นชัดที่แสดงให้เห็นว่า เรามุ่งมั่นปฏิวัติการผลิตปศุสัตว์ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง เรารู้สึกว่าทุกคนที่มาร่วมงานมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นในเรื่องความท้าทายต่างๆที่พวกเขาต้องเผชิญในอนาคต เราแนะแนวทางที่เป็นรูปธรรมและเชื่อถือได้ในการรับมือและเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ ทำให้พวกเขารู้ว่าเราเป็นมิตรที่จะร่วมเดินทางไปด้วยกัน”

          เกี่ยวกับ ไบเออร์ เฮลธ์แคร์

          ไบเออร์ กรุ๊ป เป็นองค์กรระดับโลกที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการรักษาสุขภาพ โภชนาการ และวัสดุไฮเทคต่างๆ ส่วนไบเออร์ เฮลธ์แคร์ เป็นบริษัทในเครือไบเออร์ เอจี และมียอดขายต่อปี 1.72 หมื่นล้านยูโร (ปี 2554) โดยเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพและเวชภัณฑ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเลเวอร์คูเซ่น ประเทศเยอรมนี บริษัทประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์ สุขอนามัยผู้บริโภค เวชบริบาล และเภสัชกรรม จุดมุ่งหมายหลักของไบเออร์ เฮลธ์แคร์ คือการคิดค้น พัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้มนุษย์และสัตว์ทั่วโลกมีสุขภาพที่ดีขึ้น ไบเออร์ เฮลธ์แคร์ มีพนักงาน 55,700 คนทั่วโลก (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554) และดำเนินธุรกิจในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bayerhealthcare.com

          ธุรกิจสุขภาพสัตว์ของไบเออร์ เฮลธ์แคร์ มีผลประกอบการกว่า 1.190 ล้านยูโร (ปี 2554) ส่งผลให้เป็นผู้ผลิตยาสัตว์ชั้นนำรายหนึ่งของโลก ธุรกิจสุขภาพสัตว์ของไบเออร์ เฮลธ์แคร์ ผลิตและจำหน่ายยาสัตว์และผลิตภัณฑ์รักษาสัตว์สำหรับปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงกว่า 100 รายการ

          ข้อความคาดการณ์ล่วงหน้า

          ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้อาจมีข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าที่อ้างอิงจากสมมติฐานและการคาดคะเนในปัจจุบันของไบเออร์ กรุ๊ป หรือฝ่ายบริหารในเครือ ซึ่งข้อความคาดการณ์ล่วงหน้านั้นมีทั้งความเสี่ยงและความไม่แน่นอน ทั้งที่ทราบดีและไม่ทราบ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงในอนาคต สถานภาพทางการเงิน ความคืบหน้าหรือการดำเนินงานของบริษัท ออกมาแตกต่างจากที่คาดการณ์ไว้ ปัจจัยดังกล่าวระบุอยู่ในรายงานสาธารณะของไบเออร์ซึ่งได้รับการเผยแพร่บนเว็บไซต์ http://www.bayer.com ทั้งนี้ บริษัทไม่มีความจำเป็นต้องปรับปรุงหรือยืนยันข้อความคาดการณ์ล่วงหน้าตามความคืบหน้าหรือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต

            ที่มา: ไบเออร์ เฮลธ์แคร์



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode