กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


ข่าวฝาก >> กิจกรรม
พันธะสัญญา..เทือกเขาตะนาวศรี ยุติการล่าช้างและสัตว์ป่า จ.ประจวบคีรีขันธ์

วันที่ 6 มิ.ย. 2555 )
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
 

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ผนึกกำลังพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน  ร่วมลงนามพันธะสัญญาเทือกเขาตะนาวศรี  ประกาศยุติการล่าช้างป่าและสัตว์ป่า  ในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี 


เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 5 มิถุนายน  2555  ที่  ลานกิจกรรมเอนกประสงค์ 849  บริเวณโครงการชลประทานอ่างเก็บน้ำยางชุม  ต.หาดขาม  อ.กุยบุรี  จ.ประจวบคีรีขันธ์  นายวีระ  ศรีวัฒนตระกูล  ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  พร้อมด้วยนายพงษ์พันธ์  วิเชียรสมุทร  นายอำเภอกุยบุรี  ให้การต้อนรับ  พลเอกนพดล  วรรธโนทัย  ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ  สำนักราชเลขาธิการ  ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีลงนามพันธะสัญญาเทือกเขาตะนาวศรี  ยุติการล่าช้างป่าและสัตว์ป่า  จ.ประจวบคีรีขันธ์  โดยมีผู้แทนกองทัพภาคที่ 1   กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า  และพันธุ์พืช  กรมป่าไม้  กรมปศุสัตว์  ศูนย์การทหารราบ  กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน  กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  มูลนิธิช้างป่าบ้านพ่อ  องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย (WWF  ประเทศไทย)  และบริษัทสยามไวน์เนอรี่  เทรดดิ้งพลัส  จำกัด  พร้อมด้วยตัวแทนภาคประชาชน  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยที่มีผืนป่าขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์  เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด  โดยเฉพาะช้างป่า  เสือโคร่ง  กระทิง  ฯลฯ  รวมทั้งพันธุ์พืช  ภูมิภาคตะวันตกของประเทศไทย  จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของประชากรช้างป่าที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของประชากรเสือโคร่งใหญ่เป็นอันดับสองของโลก  แต่ในอดีตที่ผ่านมาการบุกรุกพื้นที่ป่า  ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า  และการลักลอบล่าสัตว์ป่าได้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง  จนนำมาซึ่งเหตุการณ์ช้างป่าถูกฆ่าตายกว่า 10 ตัว  ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี  ซึ่งนำมาสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ได้ทรงมีพระราชดำรัสเพื่อแก้ไขสถานการณ์ความรุนแรงระหว่างคนกับช้างป่าในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี  เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม  2542  ความว่า "ช้างป่า  ควรอยู่ในป่า  เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้น  มีอาหารช้างเพียงพอ  การปฏิบัติ คือ ให้ไปสร้างอาหารในป่า  แปลงเล็กๆและกระจาย  กรณีที่ช้างที่ออกมาที่ชายป่าต้องให้ความปลอดภัยกับช้าง” 

ขณะเดียวกันสถานการณ์ล่าสัตว์ป่าในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  โดยเฉพาะการล่าช้างป่าเพื่อเอางา  และจับลูกช้างออกจากป่า  แม้ว่าที่ผ่านมาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง  หากแต่ยังต้องเพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินการ  โดยการสร้างเสริมสมรรถนะในการปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพด้วยการบูรราการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  จึงเป็นที่มาของการลงนามในพันธะสัญญาเทือกเขาตะนาวศรี  ยุติการล่าช้างป่าและสัตว์ป่า  จ.ประจวบคีรีขันธ์   5  ยุติ  ได้แก่  ยุติการล่าสัตว์ป่า  ยุติการให้อาหารสัตว์ป่า  ยุติการกินอาหารจากเนื้อสัตว์ป่า  ยุติการใช้ชิ้นส่วนของสัตว์ป่ามาเป็นเครื่องประดับและยาบำรุงกำลัง  และยุติการทำร้ายสัตว์ป่าด้วยการนำสัตว์ป่ามาเลี้ยง  




เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode