กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


ข่าวฝาก >> อบรม/สัมมนา
การรับบริจาคอวัยวะ

วันที่ 2 ก.พ. 2555 )
 
1. ยังมีผู้ป่วยโรคเรื้อรังระยะสุดท้ายที่หมดทางเยียวยารักษาให้หายเป็นปกติอีกมากว่า 30,000 ราย ที่ยังคงต้องทุกข์ทนทรมานกับอาการของโรค และมีจำนวนมากที่เสียชีวิตไประหว่างการรอรับอวัยวะบริจาค เนื่องจากแต่ละปีมีผู้บริจาคอวัยวะเพียงปีละไม่ถึง 200 รายเท่านั้นดังนั้น การได้รับอวัยวะจึงเป็นเสมือนการได้รับชีวิตใหม่โอกาสใหม่ที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขหรือใกล้เคียงคนปกติและหลุดพ้นจากความทรมาน
 
2. ตามหลักทางพุทธศาสนาการบริจาคอวัยวะถือเป็นทานชั้นสูงเป็นทานอันยิ่งใหญ่ที่เรียกว่าทานอุปบารมี ซึ่งสูงกว่าทานบารมีระดับสามัญคือการบริจาคทรัพย์สินเงินทองของนอกกายถึงจะมากมายแค่ไหนก็อยู่ในระดับนี้ บุญกุศลของการบริจาคอวัยวะนี้จะเป็นสิ่งที่เกื้อหนุนให้ผู้ตายมีชีวิตใหม่ที่มีร่างกายสมบูรณ์และงดงาม ส่วนผู้ที่กลัวว่าการบริจาคอวัยวะจะทำให้ชาติหน้ามีร่างกายไม่สมประกอบนั้นไม่เป็นจริงตามหลักพุทธศาสนา เพราะร่างกายนี้เมื่อชีวิตแตกดับตายไปแล้ว มันก็เป็นของเน่าเปื่อยผุพังไปตามธรรมดา ไม่มีคุณค่าสาระอะไร เป็นแค่ซากหรือเหมือนกับเศษวัตถุ ในทางตรงข้ามบุญกุศลและกุศลจิตต่างหากที่จะปรุงแต่งให้ชีวิตหน้ามีรูปกายที่สวยงามและสมบูรณ์ (จากบทสรุปคำให้สัมภาษณ์ของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต))
 
3. ระบบการดำเนินการแจกจ่ายอวัยวะในประเทศไทยเป็นระบบที่โปร่งใส มีการวินิจฉัยการตายก่อนนำอวัยวะออกจากผู้บริจาคตามหลักกฎหมายและวิชาการได้รับการยอมรับในระดับสากล ดำเนินการและควบคุมโดยสภากาชาดไทยภายใต้ข้อบังคับแพทยสภาซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่มีส่วนได้เสียหรือหวังผลกำไร
 
4. ผู้บริจาค 1 คนสามารถช่วยชีวิตคนได้เกือบ 10 คน คือผู้ป่วยโรคไตวาย 2 คน หัวใจวาย 1 คน ตับวาย 1คน ผู้ป่วยตาบอด 2 คน ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผู้ป่วยโลหิตจางทาลาสซีเมียรุนแรง
 
5. อยากให้คนไทยแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะเพื่อการรักษากันมากๆ โดยที่สำคัญที่สุดคือบอกความตั้งใจไว้กับญาติสนิทเพราะเมื่อถึงเวลานั้นแล้วตัวผู้บริจาคไม่สามารถบอกใครได้แล้วดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของญาติสนิทเท่านั้น หรืออีกวิธีหนึ่งคือการสมัครเป็นผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ (donor card) กับสภากาชาดโดยสามารถติดต่อไปที่เบอร์ 1666 (ตัวผมเองและภรรยาก็ถือบัตรนี้แล้วเช่นกัน) เพราะเมื่อถึงเวลานั้นมีคนพบบัตรญาติจะเข้าใจทันที่ถึงความตั้งใจของผู้บริจาค



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode