กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


ข่าวฝาก >> ธุรกิจ
เอสเอสไอประกาศไตรมาส 3/2554 ขาดทุน 2.96 พันล้าน รายได้สูงรองประวัติการณ์ 13.43 พันล้าน-สัญญาณเหล็กฟื้นหลังน้ำลด

วันที่ 14 พ.ย. 2554 )
 
เอสเอสไอเปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2554 ขาดทุนสุทธิ 2,965 ล้านบาท ในขณะที่มีรายได้13,439 ล้านบาทสูงเป็นประวัติการณ์รองจากไตรมาส 1/2553 ยอดขายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มกับลูกค้าขยับเพิ่มเป็นร้อยละ 41 ด้วยปริมาณการผลิตสะสม 25 ล้านตันรายแรกของไทย บันทึกกำไรจากการซื้อโรงถลุงเหล็กที่อังกฤษ 5,271 ล้านบาทแล้ว ด้านโรงงานสหวิริยาสตีลทีไซด์มั่นใจ หลังงานปรับปรุงเตาเผาอากาศที่ต้องทำเพิ่มเติมแล้วเสร็จ 6 มกราคมเริ่มผลิต เผยตลาดเหล็กเริ่มกลับมาหลังพ้นจุดต่ำสุดรับแผนฟื้นฟูประเทศหลังน้ำท่วมใหญ่ นายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ เอสเอสไอ เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส3/2554 ว่า บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 13,439 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิ จำนวน 2,965 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือน บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 34,967 ล้านบาท คิดเป็นลดลงร้อยละ 6 จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีผลกำไรสุทธิ จำนวน 1,395 ล้านบาท รายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อน ซึ่งเป็นรายได้จากการขายเหล็กแผ่นรีดร้อนและเศษเหล็กรวม 10,373 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 34 จากไตรมาส 2/2554 โดยมีปริมาณขายรวม 414 พันตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 ราคาขายเฉลี่ย 24,504 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ในขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มเพียงร้อยละ 4 จากไตรมาส2/2554 โดยมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มกับลูกค้า (Premium Value Product) ประมาณร้อยละ 41 เป็นผลจากภาวะอุตสาหกรรมรถยนต์ที่เริ่มกลับสู่สภาวะปกติหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวญี่ปุ่น และมาตรการฉุกเฉินป้องกันการทุ่มตลาดของภาครัฐ รวมทั้งราคาขายเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้นตามตลาดโลก นอกเหนือจากนี้เป็นรายได้จากธุรกิจโรงถลุงเหล็ก ซึ่งมีเพียงรายได้ในส่วนของธุรกิจโค้ก มียอดขายจำนวน 220 พันตันและผลิตภัณฑ์พลอยได้และรายได้อื่นๆ รวมจำนวน 2,994 ล้านบาท ธุรกิจท่าเรือน้ำลึก มีรายได้จากการให้บริการรวม 28 ล้านบาท ธุรกิจวิศวกรรมและซ่อมบำรุง มีรายได้จากการให้บริการรวม 45 ล้านบาท "ด้วยการดำเนินภายใต้สองยุทธศาสตร์หลักของบริษัทฯ ในการ "สร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เหล็กและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า” และ "เสริมสร้างธุรกิจระดับโลก” ทำให้บริษัทฯสามารถฟื้นตัวจากผลกระทบของเหตุการณ์แผ่นดินไหวญี่ปุ่นได้อย่างรวดเร็ว และสามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 13,439 ล้านบาทสูงเป็นประวัติการณ์รองจากไตรมาส 1/2553 ซึ่งมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 13,865 ล้านบาท เช่นเดียวกับการประสบความสำเร็จในการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนปริมาณสะสมครบ 25 ล้านตันเป็นรายแรกของประเทศไทยอีกด้วย ในขณะเดียวกันบริษัทฯมีบันทึกกำไรจากการซื้อธุรกิจซึ่งเกิดขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการโรงถลุงเหล็กที่ประเทศอังกฤษจำนวนประมาณ 5,271 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สำหรับธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อน บริษัทฯมีการตั้งสำรองจากภาระผูกพันตามสัญญาซื้อวัตถุดิบจำนวน 129 ล้านบาทเพื่อสะท้อนราคาเหล็กที่ปรับตัวลดลงในปัจจุบัน และสำหรับธุรกิจโรงถลุงเหล็กซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการโครงการปรับปรุงโรงถลุงและยังไม่ได้มีการผลิตเหล็ก บริษัทฯจึงมีต้นทุนพิเศษในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการผลิต ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ดอกเบี้ยจ่าย รวมกันเป็นเงิน 2,316 ล้านบาท ซึ่งต้นทุนส่วนนี้จะกลายเป็นต้นทุนปกติหลังจากที่บริษัทเริ่มทำการผลิตเหล็กแท่ง” นายวินกล่าวถึง โครงการปรับปรุงโรงงานและเริ่มผลิตเหล็กแท่งแบนที่โรงงานสหวิริยาสตีลทีไซด์ ประเทศอังกฤษว่า มีความคืบหน้าไปอย่างต่อเนื่อง บริษัทมีการปรับกำหนดการเริ่มผลิตเป็นวันที่ 6 มกราคม2555 เนื่องจากมีการพบงานปรับปรุงเตาเผาอากาศที่ต้องทำเพิ่มเติม โรงงานแห่งนี้มีเป้าหมายการผลิตเหล็กแท่งแบนในปี 2555 คือ 3.3 ล้านตัน โดยที่การผลิตจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนถึงระดับ 3.6 ล้านตันต่อปีในไตรมาส4/2555และจะยืนอยู่ในระดับนี้ต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตทางรายได้และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของบริษัทฯในอนาคต รวมทั้งบริษัทฯได้เริ่มโครงการเครนหน้าท่า PPC ซึ่งจะทำการติดตั้งเครนขนาด 100 ตัน 2ตัวที่หน้าท่าเรือประจวบ เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่งจากการที่สามารถใช้เรือบรรทุกขนาดใหญ่ขึ้นได้ โดยโครงการนี้จะแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2555 "สำหรับภาวะอุตสาหกรรมเหล็กโลกและภายในประเทศนั้น แนวโน้มราคาแร่เหล็กและราคาเหล็กในไตรมาสที่ 4 มีสัญญาณที่ดีขึ้นหลังจากผ่านจุดต่ำสุดในเดือนตุลาคม เนื่องจากนโยบายการควบคุมเงินเฟ้อและฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีนและปัญหาเศรษฐกิจในสหภาพยุโรป สำหรับตลาดในประเทศถึงแม้ปริมาณการใช้เหล็กอ่อนตัวลงไปมากเนื่องจากปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่และกระทบกับยอดขายของบริษัทฯในระยะสั้น แต่เมื่อพิจารณาโอกาสระยะยาว คาดว่ากิจกรรมภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจะทยอยฟื้นตัวหลังจากนํ้าลด และจะเพิ่มขึ้นอย่างมากจากผลของงบประมาณรัฐบาลในการซ่อมแซมสาธารณูปโภคและฟื้นฟูอุตสาหกรรม คาดว่าผลิตภัณฑ์เหล็กของบริษัทฯ จะมีความต้องการอย่างมากในระยะกลางและระยะยาว”



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode