กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


FONTSIZE
ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป >> แกลลอรี่ >> พระราชกรณียกิจในความทรงจำ
หญ้าแฝก ปราการธรรมชาติ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

วันที่ 25 พ.ย. 2559 (จำนวนคนอ่าน 1573 คน)

หญ้าแฝก ปราการธรรมชาติ
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
 

     หญ้าแฝก Vetiveria zizanioides (L.) Nash เดิมเป็นเพียงวัชพืชในสายตาชาวไร่ชาวนาและไม่เป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไป จนเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพบว่าเป็นพืชที่มีประโยชน์ต่อการทำกสิกรรมรวมถึงการอนุรักษ์ดินและน้ำเนื่องจากหญ้าแฝกมีคุณสมบัติพิเศษตามธรรมชาติคือมีรากที่ยาวกว่าหญ้าชนิดอื่นและหยั่งยึดดินได้ดี จึงมีพระราชดำริให้ส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝกในปัจจุบัน ประโยชน์ของหญ้าแฝกเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ทำให้ได้รับสมญาว่า "พืชมหัศจรรย์"

     หญ้าแฝกเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวตระกูลหญ้า พบกระจายอยู่ทั่วไปในหลายพื้นที่ สันนิษฐานว่าถิ่นกำเนิดเดิมที่เป็นศูนย์กลางการกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศอินเดีย นายจอร์จ วาเลนไทน์ แนช นักอนุกรมวิธานประจำสวนพฤกษศาสตร์แห่งนครนิวยอร์ก เป็นผู้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของหญ้าชนิดนี้โดย Vertiver เป็นคำเรียกเดิมที่มาจากภาษาทมิฬ แปลว่า "รากหยั่งลึก" และ zizaniodes แปลว่า ‘ริมฝั่งน้ำ’ ซึ่งบริเวณที่พบหญ้าแฝกขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ
 
     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาเรื่องสภาพดินและการปรับปรุงบำรุงดิน ทรงตระหนักถึงปัญหารุนแรงที่เกิดจากสภาพดินเสื่อมโทรม จึงทรงริเริ่มค้นคว้าหาทางแก้ไขโดยเน้นการนำสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติรอบตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เนื่องจากเกษตรกรทั่วไปไม่อยู่ในฐานะที่จะเสียค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ปัญหาใดก็ตาม โดยเฉพาะหากการแก้ไขปัญหานั้นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีราคาสูงจากต่างประเทศ จึงทรงมุ่งมั่นในการศึกษาเรื่องหญ้าแฝก และในที่สุดทรงค้นพบว่า หญ้าแฝกเป็นพืชที่มีความสำคัญต่อสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ มีพระราชดำริให้นักวิทยาศาสตร์ร่วมกับหน่วยราชการต่างๆ ศึกษาว่าหญ้าแฝกสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างไร
 
     จากการศึกษาพบว่า หญ้าแฝกเป็นพืชทนแล้ง โคนก่อเบียดแน่นตั้งตรง สูงได้ประมาณ ๗๕-๑๕๐ เซนติเมตร ใบมีลักษณะแคบและยาว ขอบขนาน ปลายสอบแหลม ช่อดอกมีลักษณะเป็นรวง ส่วนใหญ่มีสีม่วง รากมีลักษณะพิเศษคือสานกันแน่น หยั่งลึกลงในดินเป็นแนวดิ่ง

     อาจกล่าวได้ว่า หญ้าแฝกคือหนึ่งในทหารหาญของกองกำลังพัฒนาประเทศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ว่าได้ "ใช้ธรรมชาติปกป้องประเทศชาติ!" ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สันทัด โรจนสุนทร หัวหน้าฝ่ายวิจัยมูลนิธิโครงการหลวง อธิบายถึงแนวพระราชดำริ ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักแพร่หลาย เกษตรกรได้รับรู้ถึงคุณค่าของ "หญ้าพบตามริมแม่น้ำ" ว่าสามารถทำหน้าที่เป็นแนวปราการปกป้องดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวรั้วหญ้าแฝก
 
     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงติดตามงานและพระราชทานแนวพระราชดำริเรื่องหญ้าแฝกในหลายโอกาส เช่น มีพระราชกระแสกับ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๖ ถึงระยะห่างในการปลูกหญ้าแฝกว่าไม่ควรเกิน ๑๕ เซนติเมตร และหากสามารถลดระยะห่างระหว่างกอหญ้าแฝกให้เหลือเพียง ๒-๕ เซนติเมตรได้ ก็จะทำให้แนวรั้วหญ้าแฝกเบียดแน่นอย่างรวดเร็ว จะเห็นได้ว่าทรงนำผลที่ได้จากการวิจัยมาประมวลเป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและเกิดผลจริง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนับสนุนให้ปลูกหญ้าแฝกเป็นลักษณะแนวรั้วเพื่อชะลอความเร็วของน้ำตามเส้นทางธรรมชาติและปลูกขวางพื้นที่ลาดชันหรือเชิงเขา หญ้าแฝกช่วยเก็บกักน้ำไว้และทำให้ดินดูดซับน้ำได้ทัน ผลคือ ดินมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นและพืชพันธุ์งอกงามดี

แก้ปัญหาการพังทลายของดิน
 
     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงค้นพบมานานแล้วว่า หญ้าแฝกเป็นเครื่องมือที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพ สามารถนำมาใช้ในการจัดการและแก้ปัญหาดินพังทลาย ซึ่งหากปล่อยให้หน้าดินถูกน้ำกัดเซาะและพัดพาไป ก็จะทำให้ดินที่เหลืออยู่ขาดความอุดมสมบูรณ์ไม่เหมาะต่อการทำเกษตรกรรม นำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินของชาวไร่ชาวนา ซึ่งเป็นเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใย
     นอกจากนี้ หากดินยังถูกกัดเซาะต่อไปเรื่อยๆ ขณะที่จำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น พื้นที่การทำการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์จะมีไม่เพียงพอ และตะกอนที่ถูกน้ำพัดพามาสะสมตามแหล่งน้ำยังส่งผลต่อคุณภาพน้ำ ทั้งยังอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง ซึ่งจะทำให้ผลผลิตลดลงและเพิ่มภาวะแร้นแค้นในชนบท

     รากหญ้าแฝกที่สานกันแน่นเป็นตาข่ายใต้ดิน มีความเหนียวทนทาน ช่วยอนุรักษ์ดิน หากนำมาปลูกตามพื้นที่ลาดชันก็จะเป็นกำแพงใต้ดิน ช่วยลดการพังทลายของดินได้ถึงร้อยละ ๙๐ ช่วยชะลอความเร็วของน้ำหน้าดินได้ถึงร้อยละ ๗๐ ทำให้ดินอุ้มน้ำได้มากขึ้น ช่วยกรองตะกอนและลดโอกาสน้ำท่วมลงได้ ทั้งหมดนี้เท่ากับเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนได้อย่างมาก


ที่มา : สำนักงาน กปร.
http://km.rdpb.go.th/Knowledge/View/19
 
 
 
 
 



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode