กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


ข่าวฝาก >> กิจกรรม
ผลการศึกษาชี้ร้านค้าเตรียมรับยอดขายคึกคักช่วงเทศกาลวันหยุด พร้อมแนะรับมือสินค้าสูญหายจากการขโมย

วันที่ 2 พ.ย. 2559 )
 
 ฮ่องกง--1 พ.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          - การศึกษาร้านค้าปลีกในเอเชียแปซิฟิกพบว่า การสูญหายของสินค้าอันเนื่องมาจากการลักขโมยนั้น 30% จะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาล ถึงแม้ร้านค้าทำยอดขายได้สูงขึ้นก็ตาม

          รายงานการศึกษาวิจัยต้อนรับเทศกาลวันหยุดเผย ร้านค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะทำยอดขายสูงสุดและทำสินค้าสูญหายมากที่สุดในช่วงเทศกาล โดยรายงาน 2016 Retail Holiday Season Global Forecast ระบุว่า 32% ของสินค้าสูญหายซึ่งมีสาเหตุมาจากการลักขโมยทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกนั้น จะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาล ซึ่งสินค้าที่เหล่ามิจฉาชีพโปรดปรานได้แก่ เครื่องแต่งกาย ของเล่นเด็ก อาหารประจำเทศกาล สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องสำอาง

          การขโมยจากปัจจัยภายใน (หลักๆเกิดจากการลักขโมยของพนักงานและการลดทอนกิจกรรมที่ทำให้รายได้จากยอดขายลดลง) และปัจจัยภายนอก (หลักๆเกิดจากการลักเล็กขโมยน้อย/แก๊งลักขโมย) ซึ่งหมายรวมถึงสินค้าสูญหายนั้น เกิดขึ้นสูงสุดในช่วงเทศกาลวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ร้านค้าปลีกสามารถทำยอดขายได้ถึง 28% ของทั้งปี

          การศึกษาวิจัยดังกล่าว ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนอย่างเป็นอิสระจาก Checkpoint Systems , Inc. จัดทำขึ้นโดยเออร์นี เดย์ล นักวิเคราะห์ด้านการป้องกันสินค้าสูญหาย โดยให้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ในเรื่องความเสี่ยงทางธุรกิจที่ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ต้องเผชิญในช่วงเทศกาลวันหยุด รายงานนี้ครอบคลุม 13 ตลาดในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส สเปน สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง และญี่ปุ่น

          มาร์ค เจนเทิล รองประธานฝ่าย Merchandise Availability Solutions Asia Pacific ของ Checkpoint Systems กล่าวว่า "การสต็อกสินค้าในช่วงเทศกาลวันหยุดไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยสูงนั้น อาจเป็นสาเหตุให้รายได้จากการขายลดลง และถึงแม้ร้านค้าปลีกจะสามารถทำยอดขายได้มากขึ้นตลอดช่วงไตรมาส 4 แต่การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย อาทิ การลดราคาสินค้า หรือการขายสินค้าพิเศษ รวมไปถึงการสูญหายของสินค้าอันเนื่องมากจากถูกขโมย อาจทำให้รายได้จากการขายลดลงเช่นกัน รายงานฉบับนี้เปิดเผยว่า เกือบ 30% ของกิจกรรมที่ทำให้รายได้จากยอดขายลดลงนั้น มักเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะยิ่งทำให้สินค้าสูญหายมากขึ้น ทั้งยังเพิ่มความตึงเครียดให้กับร้านค้าปลีกแบบมีหน้าร้านที่ประสบกับสภาพแวดล้อมของตลาดค้าปลีกที่ยากลำบากต่อการประกอบธุรกิจอยู่แล้ว"

          จากการศึกษาพบว่า ในบรรดาตลาดเอเชียแปซิฟิกทั้งหมด ออสเตรเลียมีแนวโน้มว่าจะมีสินค้าสูญหายมากที่สุดในช่วงเทศกาลวันหยุดนี้ โดยอยู่ที่ 35% ตามด้วยญี่ปุ่น (31%) จีน (30%) และฮ่องกง (30%) ซึ่งอัตราของหายในช่วงนี้สูงกว่าช่วงสองไตรมาสแรกของปีนี้ถึงกว่า 30%

          ต้นทุนสินค้าสูญหายต่อลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ต้องรับภาระหรือส่งผ่านจากผู้ค้าปลีกนั้น คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 32 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนในปี 2016 โดยหนึ่งในสามจะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลวันหยุด ซึ่งการสูญหายที่เพิ่มขึ้นนี้สร้างภาระให้กับผู้ค้าปลีกอย่างมาก เช่นเดียวกับลูกค้าผู้ซื่อสัตย์ที่กลับต้องมาแบกรับภาระในการจ่ายเงินซื้อสินค้าราคาแพงขึ้น

          "สำหรับผู้ค้าปลีก ค้าส่ง และผู้จัดจำหน่ายแล้ว สินค้าคงคลัง ซึ่งรวมถึงพื้นที่จัดเก็บ นับเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดในการประกอบธุรกิจ แม้ว่าการลดจำนวนสินค้าคงคลังจะช่วยลดต้นทุน แต่หากมีสินค้าคงคลังไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดปัญหาสินค้าหมดสต็อก สูญเสียรายได้ และสร้างความไม่พอใจแก่ลูกค้า ดังนั้น การรักษาสมดุลระหว่างสองปัจจัยนี้จึงจำเป็นอย่างยิงสำหรับการค้าขายให้ได้กำไรและเติบโตงอกงาม โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมการค้าขายแบบหลายช่องทาง" นายเจลเทิลกล่าว

          "การใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงและกลยุทธ์การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีต่างๆ เช่น RFID จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการติดตามสินค้าระหว่างการขนย้ายจากห่วงโซ่อุปทานไปยังศูนย์กระจายสินค้า ห้องเก็บสินค้า และชั้นวางสินค้า และยังช่วยลดการขาดทุนอันเกิดจากปัญหาสินค้าสูญหายและสาเหตุอื่นๆ ซึ่งในที่สุดแล้วจะนำไปสู่การประหยัดต้นทุนสินค้าแต่ละชิ้น"

          รายงานดังกล่าวเสนอแนะให้ผู้ค้าปลีกลงมือดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้:

          - อัปเดตโมเดลการวางแผนและผลประกอบการทางการเงิน เพื่อยกระดับการจัดส่งสินค้าในช่วงเทศกาล เนื่องจากปัจจุบันการสต็อกสินค้าสำหรับช่วงเทศกาลนั้นเริ่มเร็วกว่าเมื่อก่อน นอกจากนี้ผู้ค้าปลีกควรยกระดับการตรวจสอบสินค้าประจำเทศกาลวันหยุดด้วย
          - ติดตั้งเทคโนโลยีการวิเคราะห์สถิติ ณ จุดจำหน่าย เพื่อป้องกันสินค้าสูญหายจากสต็อก และเพื่อสร้างความมั่นใจว่าชั้นวางสินค้าจะมีสินค้าพร้อมจำหน่าย พร้อมทั้งยกระดับมาตรการตอบโต้เพื่อการปกป้องสินค้า
          - จัดฝึกอบรมเรื่องการให้ความช่วยเหลือในช่วงเทศกาล เพื่อให้สามารถรับมือและจัดการกับความยุ่งยากที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาลได้

          ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มความยาว 99 หน้าได้ที่ http://us.checkpointsystems.com/news-events/HolidayReport2016/ 

          เกี่ยวกับ Global Forecast สำหรับ Retail Holiday Season

          Retail Holiday Season Global Forecast 2016 ใช้ระเบียบวิธีวิจัยที่ผสมผสานระหว่างผู้ค้าปลีกชั้นนำจากแต่ละประเทศ และจากตัวชี้วัดนำรายได้และสินค้าสูญหาย นักวิจัยสามารถเข้าถึงข้อมูลการเงินสาธารณะเพื่อประเมินปัจจัยทางการเงินที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ โดยอิงตามรายงานผลประกอบการประจำปีงบการเงิน 2015 การวิจัยมุ่งเน้นไปที่กรณีศึกษาช่วงเทศกาลวันหยุด ซึ่งแบ่งผู้ค้าปลีกออกเป็น 3 กลุ่มหลักด้วยกัน ประกอบด้วย ร้านขายของชำ/ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า และเครื่องแต่งกาย/แฟชั่น ซึ่งผู้ค้าปลีกเหล่านี้คือกลุ่มที่ประสบกับภาวะสินค้าสูญหายมากที่สุดเมื่อเทียบปีต่อปี

          เกี่ยวกับ Checkpoint Systems, Inc. (  www.checkpointsystems.com )

          Checkpoint Systems คือผู้นำระดับโลกที่ตอบโจทย์เรื่องความพร้อมของสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีก ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันสินค้าสูญหายไปจนถึงการติดตามสถานะของสินค้า Checkpoint เป็นธุรกิจในเครือของ CCL Industries บริษัทนำเสนอโซลูชั่นครบวงจรที่ช่วยให้ผู้ค้าปลีกสามารถตรวจสอบสินค้าคงคลังได้อย่างแม่นยำแบบเรียลไทม์ เติมสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันสินค้าหมดสต็อก และลดการขโมยสินค้า อันจะเป็นการยกระดับความพร้อมของสินค้าและประสบการณ์ของผู้ซื้อ โซลูชั่นของ Checkpoint ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีคลื่นความถี่วิทยุที่บริษัทสั่งสมมานาน 45 ปี ตลอดจนนวัตกรรมป้องกันการสูญหายและการโจรกรรมระดับสูง ซอฟต์แวร์ระดับแนวหน้าของตลาด ฮาร์ดแวร์ RFID พร้อมทั้งขีดความสามารถอันครอบคลุมในการติดฉลากให้แบรนด์ การรักษาความปลอดภัยและติดตามสถานะของสินค้าตั้งแต่ออกจากแหล่งผลิตไปจนถึงชั้นวางสินค้า ลูกค้าของ Checkpoint ได้ประโยชน์จากยอดขายและกำไรที่เพิ่มขึ้น ด้วยการใช้โซลูชั่นที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความพร้อมของสินค้า เพื่อให้แน่ใจว่ามีสินค้าพร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกที่ทุกเวลา

          เกี่ยวกับ CCL Industries

          CCL Industries Inc. เป็นผู้นำของโลกในด้านการบรรจุและการติดฉลากสินค้าชนิดพิเศษสำหรับบริษัท ธุรกิจขนาดเล็ก และผู้บริโภคทั่วโลก บริษัทมีพนักงานประมาณ 9,600 คน มีโรงงานผลิต 87 แห่งใน 25 ประเทศ ครอบคลุม 5 ทวีป รวมทั้งมีสำนักงานอยู่ในเมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา และเมืองฟรามิงแฮม รัฐแมสซาชูเซตส์ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cclind.com หรือติดตามทางทวิตเตอร์ได้ที่ @CheckpointSys



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode