กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


ข่าวฝาก >> กิจกรรม
Better Than Cash Alliance เผย 10 แนวทางสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลสำหรับภาครัฐและเอกชน

วันที่ 22 ก.ย. 2559 )
 
          นิวยอร์ก--22 ก.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

          ครั้งแรกกับการเผยแนวทางที่จะช่วยให้ภาครัฐและเอกชนสามารถเลิกใช้เงินสดได้ ขณะที่ McKinsey Global Institute เผยว่าการเงินดิจิทัลสามารถกระตุ้นจีดีพีได้ถึง 3.7 ล้านล้านดอลลาร์

          รายงานฉบับใหม่ จาก Better Than Cash Alliance ซึ่งเป็นกลุ่มความร่วมมือภายใต้การดูแลขององค์การสหประชาชาติ (UN) ได้เผยแนวทาง 10 ประการที่ภาครัฐและเอกชนสามารถนำไปปฏิบัติเพื่อให้หลุดพ้นจากเศรษฐกิจที่ใช้เงินสดเป็นหลัก และก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจที่ใช้การชำระเงินแบบดิจิทัลแทน 

BETTER THAN CASH ALLIANCE LOGO / Better Than Cash Alliance www.betterthancash.org. (PRNewsFoto/Better Than Cash Alliance) 

          รายงานดังกล่าวได้รับการเผยแพร่พร้อมๆกับที่ McKinsey Global Institute เปิดเผยคาดการณ์ ว่า การเงินดิจิทัลจะกระตุ้นจีดีพีได้ถึง 3.7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2568 พร้อมสร้างงานใหม่ในทุกภาคส่วนราว 95 ล้านตำแหน่ง และช่วยให้เงินไม่รั่วไหลในประเทศเกิดใหม่ถึง 1.1 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี

          รายงานนี้ได้เปิดเผยหลักฐานจำนวนมากที่สนับสนุนข้อดีของการเปลี่ยนผ่านจากการใช้เงินสดเป็นระบบชำระเงินแบบดิจิทัล แต่การเปลี่ยนผ่านค่อนข้างยากหากรัฐบาลต้องดำเนินการเพียงลำพัง เนื่องจากการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายๆฝ่ายทั้งในภาครัฐและเอกชน

          Better Than Cash Alliance ได้ทำการศึกษาประเทศต่างๆ 25 ประเทศ ซึ่งรวมถึงอินเดีย ไนจีเรีย แทนซาเนีย กานา บราซิล เม็กซิโก และอื่นๆ จากนั้นจึงได้สรุป "ปัจจัยเร่ง" หรือแนวทาง 10 ประการที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีอิทธิพลต่อการสร้างเศรษฐกิจที่ประชาชนใช้ระบบชำระเงินดิจิทัลอย่างแพร่หลาย 

          Dr. Ruth Goodwin-Groen กรรมการผู้จัดการของ Better Than Cash Alliance กล่าวว่า "ผลวิจัยด้านการเงินดิจิทัลของ McKinsey Global Institute น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้นำของประเทศเกิดใหม่เร่งเดินหน้าสร้างเศรษฐกิจที่ประชาชนใช้ระบบชำระเงินดิจิทัลอย่างแพร่หลาย ขณะเดียวกัน ทางเราก็ได้เปิดเผยแนวทางเพื่อช่วยให้ภาครัฐและเอกชนสามารถเลิกใช้เงินสดได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ การสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลต้องใช้ความพยายามอย่างมาก แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถและจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุม ทั้งยังช่วยให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจนด้วย" 

          รายงานดังกล่าวได้เน้นย้ำความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบชำระเงินแบบดิจิทัล โดยได้นำเสนอหลักฐานที่แสดงถึงประโยชน์ของระบบชำระเงินดิจิทัล ดังนี้

          - อินเดียสามารถประหยัดงบได้ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และสามารถลดการรั่วไหลของการชำระเงินได้ ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงให้เป็นระบบดิจิทัล
          - แทนซาเนียได้เปลี่ยนรูปแบบการชำระเงินระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐ (B2G) ให้เป็นระบบดิจิทัล ซึ่งสามารถลดการรั่วไหลของรายได้ราว 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และสามารถกระตุ้นจีดีพีได้ถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
          - บราซิลสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างรัฐบาลและประชาชนได้มากกว่า 30%
          - เม็กซิโกได้ตั้งจุดบริการ POS ร่วม 20,000 จุด ส่งผลให้การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบดิจิทัลมีการขยายตัวถึง 17% ในช่วงปี 2557-2558

          การวิเคราะห์หลักฐานต่างๆเหล่านี้ เป็นที่มาของแนวทาง 10 ประการที่ประเทศต่างๆสามารถนำไปปรับใช้เพื่อเร่งให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้จากภาษี และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

          แนวทางทั้ง 10 ประการ ประกอบด้วย

          1. ส่งเสริมการรับชำระเงินผ่านระบบดิจิทัล ทั้งในหมู่วิสาหกิจรายย่อย วิสาหกิจขนาดย่อม และวิสาหกิจขนาดกลาง เพื่อเปิดทางให้ลูกค้าหันมาใช้ระบบดังกล่าวกันมากขึ้น

          2. ใช้เครือข่ายหรือแพลตฟอร์มที่มีอยู่เดิมในการให้บริการชำระเงินแบบดิจิทัล เพื่อให้การขยายบริการชำระเงินรูปแบบใหม่เติบโตอย่างรวดเร็วโดยใช้ต้นทุนต่ำ

          3. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและใช้งานนวัตกรรม

          4. สร้างมาตราฐานในการทำงานร่วมกัน เพื่อลดอุปสรรคในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการชำระเงินแบบดิจิทัล ตลอดจนส่งเสริมให้มีการใช้ระบบชำระเงินรูปแบบใหม่กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น

          5. พัฒนาระบบพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเปิดทางให้ทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถยืนยันตัวตน รวมทั้งขับเคลื่อนระบบการชำระเงินแบบดิจิทัลและการเข้าถึงบริการทางการเงิน ขณะเดียวกัน การคุ้มครองผู้บริโภคก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจในความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และการควบคุมข้อมูล

          6. เปลี่ยนการทำธุรกรรมประจำวันให้เป็นแบบดิจิทัล เพื่อให้สามารถใช้จ่ายได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น และจะช่วยเพิ่มปริมาณการทำธุรกรรมแบบดิจิทัลด้วย

          7. เปลี่ยนการชำระเงินของภาครัฐให้เป็นแบบดิจิทัล ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดต้นทุนการทำธุรกรรม และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการชำระเงินรูปแบบใหม่มากขึ้น

          8. เปลี่ยนการรับเงินเข้ารัฐให้เป็นแบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการรับชำระเงินจากผู้ประกอบการและประชาชน ซึ่งจะช่วยลดการรั่วไหลของรายรับ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดรายรับมากขึ้น โดยมีกุญแจสำคัญอยู่ที่ความร่วมมือของภาคเอกชน

          9. สร้างระเบียบข้อบังคับที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมและส่งเสริมแนวปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบ โดยอาศัยความเข้าใจในช่องโหว่และอุปสรรคของระเบียบข้อบังคับเดิม พร้อมสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

          10. ใช้นโยบายที่ช่วยกระตุ้นและพัฒนาระบบการชำระเงินแบบดิจิทัลให้มีความสะดวกสบาย เพื่อผลักดันให้มีการนำระบบดังกล่าวไปใช้กันอย่างรวดเร็วและแพร่หลายยิ่งขึ้น

          การทำความเข้าใจแนวทางทั้ง 10 ประการนี้ จะช่วยให้รัฐบาลสามารถพัฒนาวิธีการที่เหมาะสม เพื่อนำความรู้เหล่านี้มาปรับใช้กับตลาดในประเทศของตนเอง นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังมาพร้อมกับชุดเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบชำระเงินแบบดิจิทัล

          Better Than Cash Alliance คือกลุ่มความร่วมมือระหว่างรัฐบาล บริษัท และองค์กรระหว่างประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเร่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากการชำระเงินด้วยเงินสดไปเป็นระบบดิจิทัล เพื่อบรรเทาความยากไร้และขับเคลื่อนการเติบโตแบบทั่วถึง โดยมีกองทุนพัฒนาเงินทุนแห่งสหประชาชาติ (UNCDF) ทำหน้าที่เป็นเลขาธิการ

          สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.betterthancash.org หรือติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ทาง  @BetterThan_Cash



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode