กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


เกาะติดสถานการณ์ >> อุทกภัย/วาตภัย
สรุปสถานการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย ของจังหวัดนครปฐม มีผู้เสียชีวิตแล้ว(ประจำวันที่ 17 ตุลาคม 2554 เวลา 12.30 น.)

วันที่ 17 ต.ค. 2554 (จำนวนคนอ่าน 487 คน)
 
นายนิมิต จันทน์วิมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยวาตภัยจังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า จังหวัดนครปฐม เริ่มมีน้ำเอ่อล้นตลิ่ง มาตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2554 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันทำให้จังหวัดนครปฐมมีพื้นที่ประสบอุทกภัยเพิ่มเป็น 7 อำเภอ 96 ตำบล 803 หมู่บ้าน และราษฎรได้รับความเดือดร้อน รวม 106,488 คน 32,400 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย ที่อำเภอนครชัยศรี เนื่องจากถูกไฟฟ้าช็อต ซึ่งมีความเสียหายรวมมูลค่าในเบื้องต้นประมาณ 55, 368,837.00 บาท ประกอบด้วย ด้านทรัพย์สิน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 9,281 หลัง และด้านสิ่งสาธารณประโยชน์ ถนน 279 สาย สะพาน 14 แห่ง วัด 12 แห่ง โรงเรียน 15 แห่ง สถานที่ราชการ 2 แห่ง และโรงงาน 2 แห่ง ส่วนด้านการเกษตร ความเสียหายเบื้องต้นของพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจาก กรณีอุทกภัยในระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 14 ตุลาคม 2554 ในพื้นที่การเกษตรของอำเภอนครชัยศรี บางเลน พุทธมณฑล กำแพงแสน สามพราน อำเภอดอนตูม และเมืองนครปฐม ปรากฏว่า ขณะนี้ มีพื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะเสียหายสะสมจำนวน 61,320.50 ไร่ เป็นข้าว 47,663.50 ไร่, พืชสวน 9,738 ไร่, พืชไร่ 3,919 ไร่ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 5,472 ราย และด้านประมง ความเสียหายเบื้องต้นเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 14 ตุลาคม 2554 ในพื้นที่อำเภอบางเลน เมืองฯ พุทธมณฑล สามพรานและกำแพงแสน ปรากฏว่า มีพื้นที่ประสบภัย ประกอบด้วย พื้นที่ปลาทุกชนิดในบ่อดิน/นาข้าว จำนวน 1,521ไร่ กุ้ง/ปู และหอยทะเล 77 ไร่ ประมาณการมูลค่าความเสียหาย 20,381,525 บาท วงเงินช่วยเหลือ 1,173,250 บาท สำหรับการคาดหมายสถานการณ์และการเฝ้าระวังนั้น สถานีอุตุนิยมวิทยานครปฐม รายงานพยากรณ์อากาศบริเวณจังหวัดนครปฐม ท้องฟ้ามีเมฆมาก(8-9 ส่วน/10 ส่วน) กับจะมีฝนและฝนฟ้าคะนองกระจาย 60% ของพื้นที่ ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก เฉียงใต้ ความเร็ว 15 -30 กม.ต่อชม. ส่วนสถานการณ์น้ำ ในวันพรุ่งนี้(18 ต.ค.54) อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งตรวจสอบแนวป้องกัน โดยพิจารณาจากข้อมูลระดับน้ำ ที่สถานีวัดน้ำบ้านบางการ้อง ต.บางเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ระดับน้ำวัดได้ 3.39 เมตร สูงกว่าระดับตลิ่ง 29 เซนติเมตร (ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 4 เซนติเมตร.) และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากน้ำที่ท่วมขังพื้นที่เกษตร ในเขต อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี กำลังไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน สำหรับปริมาณน้ำที่ไหลบ่ามาจากพื้นที่เกษตรด้านบน (ทุ่งผักไห่และทุ่งเจ้าเจ็ด) ทำให้ระดับน้ำในคลองพระยาบันลือ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะนี้ต่ำกว่าตลิ่งหรือแนวป้องกันที่เสริมใหม่อยู่ 7 เซนติเมตร ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน(16 ตค.54) 4 เซนติเมตร (ระดับตลิ่งใหม่ 3.50 ม.) และได้มีการเปิดบานระบาย เพื่อรับน้ำเข้าพื้น ที่เกษตรฝั่งซ้ายของแม่น้ำท่าจีน บริเวณตำบลบัวปากท่า อำเภอบางเลน ซึ่งจะส่งผลถึงอำเภอนครชัยศรี และอำเภอพุทธมณฑล
และทางด้าน นายชูชาติ รักจิตร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครปฐม รายงานว่าสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2554 ดังนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีน ที่สถานีวัดน้ำบ้านบางการ้อง(T13) จังหวัดสุพรรณบุรีระดับน้ำท่าจีน 3.39 เมตร จากระดับตลิ่ง 3.00 เมตร เปรียบเทียบระดับน้ำสูงกว่า 39 เซนติเมตร เมื่อเปรียบเทียบจากเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2554 เพิ่มขึ้น 4 เซนติเมตร สถานการณ์มีปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำ สถานีวัดน้ำบางไทรป่า(T15) ระดับน้ำท่าจีน 2.75 เมตรจากระดับตลิ่ง 2.20 เมตร เปรียบเทียบระดับน้ำสูงกว่า 55 เซนติเมตร เมื่อเปรียบเทียบจากเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2554 เท่าเดิม สถานการณ์มีปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำ สถานีวัดน้ำนครชัยศรี(T1) ระดับน้ำท่าจีน 2.19 เมตร จากระดับตลิ่ง 1.70 เมตร เปรียบเทียบระดับน้ำสูงกว่า 49 เซนติเมตร เมื่อเปรียบเทียบจากเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2554 เท่าเดิม สถานการณ์มีปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำ และสถานีวัดน้ำสามพราน(T14) ระดับน้ำท่าจีน 3.53 เมตร จากระดับตลิ่ง 4.00 เมตร เปรียบเทียบระดับน้ำต่ำกว่า 47 เซนติเมตร เมื่อเปรียบเทียบจากเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2554 ลดลง 2 เซนติเมตร สถานการณ์เฝ้าระวังอยู่
ส่วนสภาพน้ำท่าในคลองสายสำคัญ ได้แก่ คลองพระยาบันลือ ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งที่เสริมใหม่ 7 เซนติเมตร เปรียบเทียบเมื่อวันที่ 16 ต.ค.54 เพิ่มขึ้น 4 เซนติเมตร สูบน้ำในพื้นที่เพาะปลูกลงสู่แม่น้ำท่าจีน ปริมาณน้ำ 17.90 ลบ.ม.ต่อวินาที, คลองพระพิมล ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งที่เสริมใหม่ 49 เซนติเมตร เปรียบเทียบเมื่อวันที่ 16 ต.ค.54 เพิ่มขึ้น 7 เซนติเมตร ซึ่งสูบน้ำในพื้นที่เพาะปลูกลงแม่น้ำท่าจีนปริมาณ 22.25 ลบ.ม.ต่อวินาที, คลองมหาสวัสดิ์ ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งที่เสริมใหม่ 46 เซนติเมตร เมตร เปรียบเทียบเมื่อวันที่ 16 ต.ค.54 เพิ่มขึ้น 5 เซนติเมตร สูบน้ำในพื้นที่เพาะปลูกลงสู่แม่น้ำท่าจีนปริมาณ 13.75 ลบ.ม.ต่อวินาที, คลองบางภาษี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 95 เซนติเมตร เปรียบเทียบเมื่อวันที่ 16 ต.ค.54 เพิ่มขึ้น 2 เซนติเมตร สูบน้ำในพื้นที่เพาะปลูกลงแม่น้ำท่าจีนปริมาณ 18.00 ลบ.ม.ต่อวินาที คลองลำพญา ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งที่เสริมใหม่ 62 เซนติเมตร เปรียบเทียบเมื่อวันที่ 16 ต.ค.54 ลดลง 7 เซนติเมตร น้ำในพื้นที่เพาะปลูกลงสู่แม่น้ำท่าจีนปริมาณ 2.00 ลบ.ม.ต่อวินาที และคลองประชาศรัย ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งที่เสริมใหม่ 76 เซนติเมตร เปรียบเทียบเมื่อวันที่ 16 ต.ค.54 เพิ่มขึ้น 5 เซนติเมตร สูบน้ำในพื้นที่เพาะปลูกลงสู่แม่น้ำท่าจีนปริมาณ 2.40 ลบ.ม.ต่อวินาที สำหรับในวันนี้(17 ตค.54) เวลา 09.00 น. นายนิมิต จันทน์วิมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย จังหวัดนครปฐม มอบหมายให้ ร.ต.พงศธร ศิริสาคร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครปฐม ในฐานะเลขานุการศูนย์ฯ ประชุมศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯ ณ ห้องประชุมชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครปฐม และได้มีข้อสั่งการในที่ประชุม รัฐมนตรีว่ากระทรวงแรงงาน ได้ประชุมและติดตามการกู้วิกฤตจากภัยธรรมชาติ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครปฐมโดยเร่งด่วน พร้อมทั้งมอบหมายให้คณะทำงานเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและดูแลสภาพการสัญจรบนถนนและสะพานข้ามต่างระดับ ซึ่งขณะนี้สำนักงานขนส่งทางน้ำที่ 3 สาขานครปฐม นำเรือยนต์ จำนวน 28 ลำ ผลักดันน้ำในช่วงเวลาน้ำลดในพื้นที่ 8 จุด ได้แก่สะพานท่าไม้ สะพานวัดเทียนดัด สะพานสามพราน สะพรานโพธิ์แก้ว สะพานวัดไร่ขิง สะพานทรงคะนอง และสะพานแพแม่น้ำนครชัยศรี ส่วนในวันนี้(17 ตค.54) พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ร่วมกับ นายนิมิต จันทน์วิมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เข้าตรวจเยี่ยมการดำเนินการขุดลอกคลองลัดงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี และคลองลัดนางแท่น ตำบลทรงคะนอง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม นอกจากนี้จังหวัดนครปฐมได้ตั้งศูนย์รับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดนครปฐม โดยบริจาคเงินผ่านธนาคารกรุงไทย สาขาสี่แยกสนามจันทร์ ประเภทบัญชีออมทรัพย์ หมายเลขบัญชี 701-0-88938-4 ชื่อบัญชี บริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมจังหวัดนครปฐม และได้มีการจัดเตรียมความพร้อมให้มีจุดพักพิง จำนวน 140 จุด รองรับประชาชนได้ประมาณ 99,160 คน และมีพื้นที่ให้ประชาชนจอดรถ จำนวน 2 จุด ที่โรงเรียนการบินกำแพงแสน และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (วิทยาเขตกำแพงแสน) รองรับรถยนต์ได้ประมาณ 3,000 คัน พร้อมทั้งให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีกด้วย ส่วนด้านการให้ความช่วยเหลือ หน่วยงานในจังหวัดนครปฐม ได้เข้ามาดูแลและระดมให้ความช่วยเหลือหลายๆ ด้านในเบื้องต้นเป็นการเร่งด่วนแล้ว และโรงเรียนการบิน กำแพงแสน ได้ตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยโรงเรียนการบินและสนับสนุนกำลังพลช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หมายเลขโทรศัพท์ 0-3499 6502 และ 0-2155 7206 สำหรับศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย จังหวัดนครปฐม แจ้งที่โทรศัพท์ 0-3434-0230, 0-3434-0241 (สุชาดา พรหมจำรัส/สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม )



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode