กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


ข่าวฝาก >> กิจกรรม
สคร.9 เผยไทยป่วยเบาหวานรายใหม่กว่า 5 แสนต่อปี ตายวันละ 22 คน และประชาชน 95 คนจะมีป่วย 1 คน

วันที่ 4 พ.ย. 2556 )
 
เภสัชกรเชิดเกียรติ แกล้วกสิกิจ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก (สคร.9) กรมควบคุมโรค เผยรายงานจากองค์การอนามัยโลก พบผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลก 371 ล้านคน และประมาณ 280 ล้านคน เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน คาดว่าปี พ.ศ.2573 หากไม่มีการดำเนินการในการป้องกันและควบคุมที่มีประสิทธิภาพจะมีผู้ป่วยโรคเบาหวานถึง 500 ล้านคน

สำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขคาดประมาณผู้เป็นโรคเบาหวานในปัจจุบันว่ามีมากถึง 3.5 ล้านคน ในจำนวนนี้มี 1 ใน 3 ที่ไม่รู้ตนเองว่าเป็นโรคนี้ มีผู้ที่เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องแค่ 2.22 ล้านคน แต่ในจำนวนนี้มีเพียง 9.62 แสนคนเท่านั้น ที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ส่วนที่ควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดีมีมากกว่า 2.5 ล้านคน สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ได้พยากรณ์ว่าไทยมีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่เกิดขึ้นมากกว่า 5 แสนคนต่อปี และในปี 2555 พบว่าในประชาชนทั่วไป 95 ราย จะมีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน 1 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานทั้งหมด 7,749 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 22 คน

โรคเบาหวาน เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ (คนปกติก่อนรับประทานอาหารเช้าจะมีระดับน้ำตาลในเลือดประมาณ 70-110 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หลังรับประทานอาหารแล้ว 2 ชั่วโมง ระดับน้ำตาลไม่เกิน 140 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) เป็นโรคที่เกิดจากปริมาณของฮอร์โมนอินซูลินที่หลั่งออกมาจากต่อมไร้ท่อที่ตับอ่อน ไม่สมดุลกับอาหารแป้งและน้ำตาลที่รับประทานเข้าไป เป็นความผิดปกติของร่างกายที่ไม่สามารถนำน้ำตาลในร่างกายไปใช้ได้อย่างเต็มที่ สาเหตุส่วนใหญ่ร้อยละ 90 - 95 คือร่างกายไม่สามารถใช้ฮอร์โมนอินซูลินที่ผลิตมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน

รองลงมาอีกร้อยละ 5 - 10 สาเหตุเนื่องจากร่างการมีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินน้อยมาก หรือขาดฮอร์โมนอินซูลินโดนสิ้นเชิง 2 ประเภทนี้ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอยู่เป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อ เท้า ไต ตา ระบบประสาท หัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง และมีโอกาสที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ ส่วนเบาหวานชนิดอื่นๆ ที่อาจพบได้น้อย ได้แก่ เบาหวานที่เกิดในขณะตั้งครรภ์ หรือเบาหวานที่เกิดจากสาเหตุเฉพาะเจาะจง เช่น ความบกพร่องทางพันธุกรรม โรคของตับอ่อน ความผิดปกติของฮอร์โมน เป็นต้น

สัญญาณเตือนและอาการเริ่มต้นของโรคเบาหวาน เช่น ช่วงกลางคืนปัสสาวะบ่อยมากกว่าปกติและอาจจะพบว่ามีมดตอม หิวน้ำบ่อยทำให้ต้องดื่มน้ำมากผิดปกติ กินเก่ง หิวเก่ง แต่น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว รู้สึกอ่อนเพลียไม่มีแรง คันตามผิวหนัง และมีรอยดำรอบคอหรือใต้รักแร้ การติดเชื้อราโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณช่องคลอดของผู้หญิง เห็นภาพไม่ชัด ตาพร่ามัว ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย เจ็บตามแขนขา ชาไม่มีความรู้สึกเกิดแผลที่เท้าได้ง่าย เพราะไม่รู้สึก หย่อนสมรรถภาพทางเพศ แผลหายช้า

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน คือ กรรมพันธุ์ประวัติครอบครัวพ่อแม่ พี่ หรือ น้อง เป็นเบาหวาน อายุมากขึ้นกว่า 45 ปี ผู้ที่อ้วนน้ำหนักเกินร้อยละ 20 ของน้ำหนักที่ควรเป็น ความดันโลหิตสูงมากกว่า 140/90 ระดับไขมันเอชดีแอลในเลือดน้อยกว่า 35 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ และหรือไตรกลีเซอไรด์ มากกว่า 250 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ผู้ที่เบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือน้ำหนักเด็กแรกคลอดมากกว่า 4 กิโลกรัม ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย

การป้องกันการเกิดโรคเบาหวานและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน คือ
1). เลือกรับประทานอาหารที่มีความหลากหลายให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้เกิดความสมดุลของสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ชิมก่อนเติมเครื่องปรุง เลือกอาหารที่รสไม่จัด ลดอาหารที่มีรสหวาน เช่น ขนมหวานและขนมกรุบกรอบ และน้ำอัดลม ลดอาหารเค็ม มัน เช่น ของทอด ของมัน ขาหมู หมูสามชั้น อาหารหรือขนมที่ใส่กะทิ ปรุงอาหารด้วยวิธีต้ม ตุ๋น นึ่ง อบ ยำ และผัดที่ไม่มัน แทนการทอด อาหารฟาส์ตฟู้ด เพิ่มการกินผักและผลไม้ที่รสไม่หวาน เช่น ส้ม กล้วย แอปเปิ้ล
2). เลิกสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงควันบุหรี่จากผู้อื่น ลดหรือเลิกการดื่มแอลกอฮอล์
3). ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ เดินให้มากขึ้น เคลื่อนไหวร่างกายให้กระฉับกระเฉง
4). ควบคุมให้น้ำหนักตัวที่เหมาะสม รอบเอวชายไม่เกิน 90 เซนติเมตร หญิงไม่เกิน 80 เซนติเมตร
5). ควบคุมไม่ให้ความดันโลหิตสูงมากกว่า 140/90
6). ในผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรรับไปรับการตรวจสุขภาพสม่ำเสมอปีละ 1 ครั้ง
7). ดูแลจิตใจและอารมณ์ ทำจิตใจให้สบาย ผ่อนคลายความเคียด ควบคุมอารมณ์

เภสัชกรเชิดเกียรติ กล่าวต่อว่า โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและปัสสาวะให้เป็นปกติได้ ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตอย่างเป็นปกติสุขได้ แต่ต้องให้ร่วมมือกับแพทย์ในการรักษาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมสุขภาพตนเองเพื่อทำให้การเจ็บป่วยจากโรคอื่นน้อยลง ส่งผลให้ร่างกายคงอยู่ในสภาพที่แข็งแรง ได้นานเท่าคนปกติได้

" กินอาหารควบคุม ออกกำลังกายทุกวัน ตรวจน้ำตาลทุก 3 ปี พิทักษ์อนาคตไทย พ้นภัยเบาหวาน"

จิดาภา รอดอยู่ / เผยแพร่



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode