ข่าวฝาก >> ธุรกิจ
เกนสเลอร์ประกาศการสร้างอาคารเซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ซึ่งสูงสุดในจีน ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว

วันที่ 6 ส.ค. 2556 )
 
เซี่ยงไฮ้--(บิสิเนส ไวร์)--2 ส.ค. 2556 เซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ ขึ้นแท่นอาคารสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ พิธีฉลองการวางคานชิ้นสุดท้ายของโครงสร้างอาคารเซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์มีขึ้นในวันนี้ โดยตำแหน่งของคานชิ้นสุดท้ายอยู่บนยอดอาคารสูง 632 เมตร (2,073 ฟุต) ซึ่งออกแบบโดยเกนสเลอร์ บริษัทออกแบบด้านสถาปัตยกรรมระดับโลก เซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ นับเป็นอาคารนำร่องของกลยุทธ์การออกแบบอย่างยั่งยืน ตั้งอยู่ในย่านการค้าลู่เจียจุ่ยของเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารที่มีชื่อเสียงอีกกว่า 9 แห่ง http://mms.businesswire.com/media/20130802005391/en/377966/4/ShanghaiTower_ToppingOut.jpg คานชิ้นสุดท้ายได้ขึ้นไปประกอบบนยอดอาคารเซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ (รูปภาพ: บิสิเนส ไวร์) &nbs p; "เซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ สะท้อนถึงการให้คำนิยามแบบใหม่และการสร้างเมือง” นายอาร์ต เกนสเลอร์ (Art Gensler, FAIA) ผู้ก่อตั้งเกนสเลอร์กล่าว "ด้วยการผนวกรวมแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อความยั่งยืน และการออกแบบที่มีประสิทธิภาพสูง โดยการปลูกสร้างอาคารสูงเข้ากับโครงสร้างของตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ และดึงดูดชีวิตผู้คนเข้ามาสู่อาคาร ทำให้เซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์สามารถให้คำนิยมใหม่สำหรับบทบาทของอาคารสูงในเมืองต่างๆในปัจจุบัน และเป็นการยกระดับความสูงยิ่งขึ้นสำหรับผู้คนรุ่นถัดไป” เซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ ตั้งอยู่ในเขตการค้าและการเงินลู่เจียจุ่ย ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ทำการเกษตรเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน บริเวณดังกล่าวเป็นย่านอาคารสูงแห่งแรกของจีน โดยเซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ได้เปิดตัวขึ้นเพื่อทำให้พื้นที่ตั้งหมู่อาคาร 3 แห่งซึ่งประกอบด้วย จิน เม่า ทาวเวอร์ (Jin Mao Tower) และ ศูนย์การเงินโลกเซี่ยงไฮ้ (Shanghai World Financial Center) มีความสมบูรณ์แบบ อาคารสูงแห่งนี้จะเป็นที่ตั้ งของพื้นที่สำนักงานเกรดเอ หน่วยงานด้านวัฒนธรรม โรงแรมหรู และอื่นๆ ชั้นบนสุดของอาคารจะเป็นดาดฟ้าที่สูงที่สุดของโลก ขณะที่ตัวอาคารจะเปิดเป็นพื้นที่ย่อยๆ ระดับไฮ-เอ็นด์ และเป็นสถานที่จัดงานสำคัญ ส่วนด้านล่างจะเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆได้แก่ เส้นทางเชื่อมต่อไปยังรถไฟใต้ดินของเซี่ยงไฮ้ และมีที่จอดรถ 3 ชั้น จวิ้น เซี่ย (Jun Xia) หัวหน้าฝ่ายออกแบบเซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ และผู้บริหารเกนสเลอร์กล่าวว่า "หลังจากวางคานชิ้นสุดท้ายของเซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์แล้ว หมู่อาคาร 3 แห่งของลู่เจียจุ่ยจะเป็นตัวแทนอันน่าทึ่งของอดีต ปัจจุบัน และอนาคตที่ไม่สิ้นสุดของจีน อาคารแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสาธารณะ และย่านท้องถิ่นบบดั้งเดิมของเซี่ยงไฮ้ และถูกสร้างขึ้นใหม่ในรูปแบบของเมืองที่รองรับผู้คนหนาแน่น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการปรากฎขึ้นของเซี่ยงไฮ้และจีนยุคใหม่” เซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ คอนสตรัคชั่น แอนด์ ดีเวลล็อปเมนต์ (Shanghai Tower Construction & Development Co., Ltd) เป็นบริษัทผู้พั ฒนาโครงการก่อสร้าง โดยมี ธอร์นตัน โทมัสเซตติ (Thornton Tomasetti) เป็นวิศวกรโครงสร้าง โคเซ็นตินิ แอสโซซิเอตส์ (Cosentini Associates) เป็นทีมวิศวกรด้านเครื่องกล ไฟฟ้า และประปา ส่วนสถาบันออกแบบ และวิจัยด้านสถาปัตยกรรมแห่งมหาวิทยาลัยถงจี้ (Architectural Design and Research Institute of Tongji University) เป็นหน่วยงานการออกแบบของท้องถิ่น โครงการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2557 ส่วนประกอบของตัวอาคาร เซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์เป็นอาคารรูปทรงกระบอกซ้อนเหลื่อมกันจำนวน 9 ชั้น โดยชั้นในของด้านหน้าอาคารที่ประกอบด้วยผนัง 2 ชั้นจะโอบรอบอาคารหลัก ส่วนด้านนอกจะเป็นตัวห่อหุ้มอาคารอีกชั้นซึ่งสามารถยกขึ้นได้ 120 องศา ทำให้เห็นภาพอาคารในลักษณะโค้งเว้า และโดดเด่น ขณะเดียวกัน พื้นที่ระหว่างส่วนหน้าของอาคารทั้ง 2 ชั้นถูกเนรมิตให้เป็นสวนกว้างลอยฟ้า 9 แห่ง ลานลอยฟ้าจะมีลักษณะคล้ายกับพลาซ่า และจตุรัสในตัวเมืองแบบดั้งเดิม โดยจะเป็นแหล่งพบปะชุมนุมซึ่งประกอบด้วยบรรดาร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านกาแฟ ร้า นสะดวกซื้อต่างๆ ที่หรูหราไม่แพ้กับทิวทัศน์อื่นๆของตัวอาคาร อีกทั้งสวนลอยฟ้าที่รายล้อมอยู่บริเวณรอบนอกสุดของตึก ทำให้เซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ถูกโอบล้อมไปด้วยพื้นที่สาธารณะอย่างแท้จริง ผนังอาคารทั้งด้านในและด้านนอกอาคารที่มีลักษณะโปร่งแสง แสดงให้เห็นภาพของการเชื่อมต่อระหว่างภายในอาคารและโครงสร้างเมืองเซี่ยงไฮ้ ส่วนชั้นล่างของอาคาร รวมถึงพื้นที่จัดงานต่างๆ ได้เชื่อมกับทางเข้าและสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อเป็นการเชื่อมต่อระหว่างตัวอาคารทั้งภายนอกและภายใน กับเมืองเซี่ยงไฮ้ นอกจากนี้ เซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์จะมีลิฟต์ที่มีความเร็วที่สุดของโลก ได้รับการออกแบบจากมิตซูบิชิโดยใช้เทคโนโลยีอันทันสมัยสำหรับอาคารแห่งนี้โดยเฉพาะ ลิฟต์ดังกล่าวมีความสูงมากกว่าปกติถึง 2 เท่า และสามารถพาผู้โดยสารทะยานสู่ชั้นบนด้วยความเร็วถึง 40 ไมล์/ชั่วโมง กลยุทธ์เพื่อความยั่งยืน ความยั่งยืนถือเป ็นหัวใจสำคัญของการออกแบบอาคารเซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ โดยลักษณะพื้นผิว ความเรียวเล็ก และไม่สมมาตรของส่วนหน้าอาคารจะช่วยลดแรงลมที่มาปะทะตึกได้ถึง 24% และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับวัสดุก่อสร้างทั้งหมด 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนผนังทั้งด้านในและด้านนอกที่มีความโปร่งแสงจะช่วยดูดกลืนแสงแดดธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดน้อยลง สำหรับผนังด้านนอกที่ห่อหุ้มตัวอาคารนั้นสามารถช่วยลดการใช้พลังงานหากต้องการให้อาคารมีความอุ่นขึ้นหรือเย็นขึ้น ส่วนผนังที่ขดเป็นรูปก้นหอยยังช่วยกักเก็บน้ำฝนซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์กับระบบการทำความร้อน และการปรับอากาศได้อีกด้วย นอกจากนี้ กังหันลมที่ติดตั้งภายใต้เชิงเทินโดยตรงยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับชั้นบนของตัวอาคาร รวมถึงระบบการผลิตพลังงานร่วม 2,130 กิโลวัตต์ ซึ่งสามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าและความร้อนไปยังชั้นล่างของอาคาร โดยพื้นที่ 1 ใน 3 ของอาคารจะเป็นพื้นที่สีเขียวซึ่งมีภูมิทัศน์สวยงาม และช่วยลดความร้อนของตึก อาจกล่าวได้ว่า กลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนในการสร้างอาคารเซี่ยงไฮ้ ทาวเวอ ร์สามารถช่วยลดรอยเท้าคาร์บอน (carbon footprint) ของอาคารได้มากถึง 34,000 เมตริกตันต่อปี โดยการก่อสร้างดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะได้รับใบรับรอง LEED Gold (มาตรฐานความเป็นผู้นำด้านการออกแบบเพื่อพลังงานและสิ่งแวดล้อม) จากสภาการก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา (Green Building Council) และได้รับอันดับในระดับ 3 ดาวจาก China Green Building ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์ออนไลน์ได้ที่ Gensler Design Update เกี่ยวกับเกนสเลอร์ เกนสเลอร์ เป็นบริษัทด้านการออกแบบระดับโลก มีสำนักงาน 44 แห่ง และพนักงาน 3,800 แห่งทั่วโลก บริษัทช่วยสร้างความสำเร็จให้กับลูกค้าโดยมุ่งมั่นตอบสนองความต้องการของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ลูกค้า แฟนกีฬา นักศึกษา ผู้โดยสาร หรือผู้ที่มาเยือน เกนสเลอร์ก่อตั้งขึ้นในปี 2508 และมีความเชี่ยวชาญอย่างถ่องแท้ในด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรม ซึ่งครอบคลุมการดำเนินงานกว่า 20 รูปแบบ รวมถึง อาคารสำนักงานพาณิชย์ บริการแบบมืออาชีพ การค้าปลีก การบิน การวางแผน และการออกแบบตัวเมือง การบริการ และความบันเทิง สนามกีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการศึกษา นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการโดยมุ่งเน้นกลยุทธ์ของแบรนด์ การออกแบบกราฟฟิคที่เอื้อต่อสิ่งแวดล้อม นำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกด้านธุรกิจ และเมื่อเร็วๆนี้เกนสเลอร์ได้ลงทุนในด้านการให้คำปรึกษาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สำหรับสำนักงาน และการออกแบบเพื่อความยั่งยืน โครงการก่อสร้างอาคารของเกนสเลอร์ในปัจจุบันได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ทาวเวอร์, เจ็ตบลู ทีไฟว์ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ เคนเนดี, ศูนย์การเต้นบัลเล่ต์แห่งฮูสตัน (Houston Ballet Center for Dance), สำนักงานระดับโลกของเฟซบุ๊ก, ท่าอากาศยานนานาชาติอินช็อน (Incheon International Airport) ของเกาหลีใต้, สนามกีฬาฟาร์เมอร์ส ฟีลด์ ในลอส แองเจลิส, ศูนย์การเงินนานาชาติดูไบ (Dubai International Financial Center) และมหาวิทยาลัยดุ๊ก วิทยาเขตคุนซาน (Duke University’s Kunshan Campus) ในประเทศจีน &nbs p; สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ หรือบล็อก ติดตามทวิตเตอร์ หรือไลค์เฟซบุ๊กของเรา สามารถดาวน์โหลดรูปภาพและสื่อมัลติมีเดียได้ที่ http://www.businesswire.com/multimedia/home/20130802005391/en/ ติดต่อ เกนสเลอร์ โมนิก้า เชฟเฟอร์ (Monica Schaffer) ออฟฟิศ: +(212) 492-1442 มือถือ: +(917) 846-1415 อีเมล: monica_schaffer@gensler.com
จำนวนคนอ่าน 678 คน จำนวนคนโหวต 0 คน

กระทรวงแรงงาน SciMath คลังความรู้ สู่ความเป็นเลิศ