กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


ข่าวฝาก >> อบรม/สัมมนา
ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นเรื่องการระบาดของโรคไทฟอยด์ในเอเชีย

วันที่ 15 มิ.ย. 2555 )
 
          กรุงเทพฯ--13 มิ.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์ / อินโฟเควสท์

          การระบาดในภูมิภาคมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้นำอนามัยโลกเรียกร้องให้มีการฉีดภูมิคุ้มกันมากขึ้น

          วันนี้ที่กรุงเทพฯ Coalition against Typhoid (CaT) จากการริเริ่มของ Sabin Vaccine Institute ได้รวมผู้นำด้านสุขภาพทั่วโลกจากประเทศต่างๆ ในเอเซีย เพื่อหารือเรื่องการระบาดสูงของโรคไทฟอยด์ และการประทุของโรคไทฟอยด์ในภูมิภาค ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้ผู้วางนโยบายและกระทรวงสาธารณสุขเร่งให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไทฟอยด์ในประเทศของพวกเขา

          ดร. ลาลิตา เมนดิส ประธานกลุ่มให้คำปรึกษาทางเทคนิค ด้านการฉีดภูมิคุ้มกันขององค์กรอนามัยโลก (WHO) ออฟฟิศประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEARO) ที่กรุงเดลีและอดีตประธานแพทย์สภาประเทศศรีลังกากล่าวว่า "สมาคมกุมารแพทย์และสมาคมอื่นๆ ในภูมิภาคตระหนักถึงความร้ายแรงจากผลกระทบของโรคไทฟอยด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคไทฟอยด์ชนิดดื้อยาที่มีเพิ่มขึ้นและแพร่ขยายมากขึ้นทุกวัน หลายแห่ง - รวมทั้งอินเดียและอินโดนีเซีย - ได้แนะนำและสนับสนุนการฉีดวัคซีนไทฟอยด์ และ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้วางนโยบายแห่งชาติควรตรวจสอบหลักฐานและหารือกันเรื่องการนำนโยบายการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไทฟอยด์ไปใช้"

          แม้องค์กรอนามัยโลกจะแนะนำและจัดลำดับความสำคัญของวัคซีนโรคไทฟอยด์ "ให้เริ่มใช้ทันที" ในการประชุมเมื่อ 2009 WHO SEARO meeting แต่หลายประเทศในเอเซียยังไม่แนะนำหรือเริ่มนำวัคซีนไทฟอยด์มาใช้

          ดร. นูเย็น แวน ควอง รองหัวหน้าโปรแกรมภูมิคุ้มกันแห่งชาติเวียดนามกล่าวว่า "ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2540 รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเวียดนามได้ใช้วีคซีนไทฟอยด์ควบคุมโรคในอำเภอที่มีความเสี่ยงสูงอย่างได้ผล และ โปรแกรมที่ได้รับความสำเร็จต่างๆ ได้ถูกนำไปใช้ในประเทศ จีน ไทย และ ศรีลังกา"

          ตามรายงานของ  WHO มีคนเป็นโรคไทฟอยด์ประมาณสองหมื่นหนึ่งพันล้านคน และปีหนึ่งจะมีผู้เสียชีวิตมากกว่าสองแสนคน ผู้เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กอนุบาลและเด็กในวัยเรียนในประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและแอฟริกา องค์กรอนามัยโลกรายงานว่าผู้เสียชีวิตร้อยละเก้าสิบเกิดขึ้นในเอเซีย

          ดร. เจเรมี ฟาร์ราร์ ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยทางคลินิกของมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดในเวียดนาม กล่าวว่า "วัคซีนที่ได้รับการอนุมัติจากองค์อนามัยโลกขณะนี้มีให้ใช้แล้ว แต่เครื่องมือเหล่านี้ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่จากรัฐมนตรีสาธารณสุขในหลายๆ ประเทศทั่วเอเซีย"

          การติดเชื้อโรคไทฟอยด์มีผลกระทบต่อการไปเรียนและผลการเรียน และจำกัดจำนวนแรงงานและผลผลิต ไทฟอยด์ระบาดในชุมชนยากจนที่ขาดน้ำสะอาดและการสุขาภิบาลพื้นฐาน และแพร่เชื้อผ่านน้ำและอาหารที่ปนเปื้อน

          ดร. ไชแยม ราช ยูเพรติ ผู้อำนวยการแผนกอนามัยเด็ก กรมบริการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขและประชาชนแห่งเนปาลกล่าวว่า "ในเนปาลโรคไทฟอยด์เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เด็กเล็ก วัยรุ่น และผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการไข้ และ เนปาลได้แสดงให้เห็นแล้วว่าโปรแกรมฉีดวัคซีนไทฟอยด์ที่มุ่งเน้นไปที่เด็กนักเรียนสามารถเริ่มต้นได้อย่างเป็นผลสำเร็จด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ"

          เพื่อสรุปการอภิปรายวันนี้ ผู้ร่วมอภิปรายขอย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องเพิ่มการสอดส่องดูแลและโปรแกรมควบคุมทั่วทั้งภูมิภาค และให้ข้อสังเกตว่า เพื่อให้ได้ผลสูงสุด การฉีดวัคซีนไทฟอยด์ต้องทำควบคู่ไปกับโปรแกรมสาธารณสุขอื่นๆ เช่นการมีน้ำสะอาดดื่มและการส่งเสริมการรักษาความสะอาด รวมทั้งการล้างมือ

          หากต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาโรคไทฟอยด์ในเอเซีย และ เพื่อดูรายการของผู้อภิปรายทั้งหมดของวันนี้ เข้าไปที่ http://coalitionagainsttyphoid.org/

          เกี่ยวกับ พันธมิตรต่อต้านไทฟอยด์ (CaT)
          พันธมิตรต่อต้านไทฟอยด์ (CaT)คือการประชุมแสดงความคิดเห็นของนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกัน ทำงานเพื่อช่วยชีวิตและลดความทุกข์ทรมาน โดยการนำฉีดวัคซีนไทฟอยด์เข้าไปในชุมชนที่เป็นโรคไทฟอยด์สูง ซึ่งเป็นหนึ่งของผู้นำพันธมิตร โดยการจัดลำดับให้โรคไทฟอยด์มีความสำคัญสูงสุดในการประชุมอนามัยโลก และ พัฒนาแผนการทำงานอย่างละเอียดเพื่อต่อต้านโรคนี้ พันธมิตรต่อต้านโรคไทฟอยด์รอการขยายการเข้าถึงของวัคซีนที่สามารถช่วยชีวิตได้เหล่านี้อย่างใจจดใจจ่อ หาข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับ CaT ได้ที่ http://www.coalitionagainsttyphoid.org/
 
          เกี่ยวกับสถาบันวัคซีนเซบิน
          สถาบันวัคซีนเซบิน เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร 501(c)(3) ของนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และผู้สนับสนุน อุทิศตนทำงานเพื่อลดความทุกข์ทรมานที่ไม่จำเป็นของมนุษย์จากโรคที่วัคซีนสามารถป้องกันได้ และโรคเมืองร้อนอื่นๆ ที่ขาดการเอาใจใส่ เซบินทำงานร่วมกับรัฐบาล องค์กรผู้นำของภาครัฐและภาคเอกชน และสถาบันวิชาการต่างๆ เพื่อให้วิธีกำจัดโรคที่แพร่หลายที่สุดของโลก ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2536 เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้พัฒนาวัคซีนโปลิโอ ดร. อัลเบิร์ท บี. เซบิน สถาบันเป็นผู้นำความพยายามเพื่อการควบคุม รักษา และ กำจัดโรคเหล่านี้โดย พัฒนาวัคซีนใหม่ๆ สนับสนุนการใช้วัคซีนที่มีอยู่ และส่งเสริมการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ไม่แพง สำหรับข้อมูลเพิ่ม โปรดเข้าไปที่ www.sabin.org

          แหล่งข้อมูล: สถาบันวัคซีนเซบิน



เกี่ยวกับเรา

  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์

    สถานีวิทยุ

  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการของกรมประชาสัมพันธ์

    line กรมประชาสัมพันธ์
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode