กรมประชาสัมพันธ์
TH EN
กรมประชาสัมพันธ์

 


FONTSIZE
ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป >> แกลลอรี่ >> พระราชกรณียกิจในความทรงจำ
สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) : ต้นแบบของการรวมกลุ่มในรูปสหกรณ์

วันที่ 8 พ.ค. 2560

ภาพประกอบจาก http://nongphomisitkkw.blogspot.com/p/blog-page_14.html


สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์)
: ต้นแบบของการรวมกลุ่มในรูปสหกรณ์

          แต่เดิมชาวราชบุรีและชาวนครปฐม ที่อาศัยอยู่แถบที่ดอนมักเลี้ยงวัวไทยไว้ไถนา อันเป็นธรรมเนียมของชาวบ้านซึ่งเป็นชาวมอญและชาวยวนเสียส่วนใหญ่ ต่อมาเมื่อทางราชการสนับสนุนการเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพใหม่ให้แก่ชาวบ้าน จึงเริ่มมีการตั้งฟาร์มเลี้ยงโคนมขึ้น เช่น ฟาร์มตวงสุวรรณของผู้ใหญ่หยุ้น ตวงสุวรรณ เป็นฟาร์มที่รับซื้อนมแห่งแรกในจังหวัดราชบุรี และยังผลิตอาหารสัตว์ตวงสุวรรณขายด้วย ชาวบ้านในหลายหมู่บ้านจึงตื่นตัวเปลี่ยนอาชีพมาเป็นผู้เลี้ยงโคนม
 
ความเป็นมา
 
          เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๑ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในจังหวัดราชบุรี ได้ประสบปัญหาใหญ่เกี่ยวกับสถานที่จำหน่ายน้ำนมดิบ ซึ่งเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ทำให้ประสบภาวะการขาดทุนในการประกอบอาชีพ กลุ่มผู้นำเกษตรกรตำบลหนองโพและเขตใกล้เคียง ได้ขอความช่วยเหลือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี ในขณะนั้นคือ นายจรูญ วัฒนากร ให้ติดต่อผู้รับซื้อน้ำนมดิบ และได้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ตกลงเป็นผู้รับซื้อ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจึงรวมกลุ่มจัดตั้งศูนย์รวมน้ำนมหนองโพขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากทางราชการและทุนของกลุ่มเกษตรกรเป็นทุนในการก่อสร้างอาคารศูนย์รวมน้ำนมพร้อมติดตั้งเครื่องทำความเย็นและเริ่มดำเนินการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกร เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ การดำเนินการประสบผลสำเร็จแต่ยังไม่เพียงพอต่อการรับสถานการณ์น้ำนมดิบที่เพิ่มสูงขึ้น กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจึงเคลื่อนไหวจัดตั้งกลุ่มสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมที่ตำบลหนองโพ เมื่อตอนต้นปี พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นสหกรณ์ประเภทการบริการชื่อสหกรณ์โคนมราชบุรี จำกัด ในวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๔ มีสมาชิกแรกตั้ง ๑๘๕ คน และได้รับโอนกิจการของศูนย์รวมน้ำนมหนองโพมาดำเนินการต่อ
 
          ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ สหกรณ์ฯ ได้ยื่นขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อใหม่เป็น สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด เป็นสหกรณ์ประเภทการเกษตร เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ และใช้ชื่อนี้ตลอดมา
 
          ก่อนที่จะมีการก่อตั้งศูนย์รวมน้ำนมและสหกรณ์นั้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒ สถานีผสมเทียมจังหวัดราชบุรี ได้นำเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเข้าเฝ้าละอองธุลีพระบาทในวโรกาสที่เสด็จฯ เปิดโรงงานนมผงสวนจิตรลดา ณ พระราชวังสวนจิตรลดา และในครั้งนั้น เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจังหวัดราชบุรี ได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาถึงปัญหาความเดือดร้อนที่ไม่มีตลาดจำหน่ายน้ำนมดิบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ความช่วยเหลือในการที่จะสร้างโรงงานนมผงขึ้น
 
          ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ นายทวิช กลิ่นประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรีในขณะนั้นได้ทราบปัญหาของผู้เลี้ยงโคนม จึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายเงินจำนวน ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาท แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพิจารณานำมาช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมดังกล่าว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ได้พระราชทานเงินจำนวนนี้ร่วมกับทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน ๑,๐๐๒,๐๐๐ บาท มาก่อสร้างและจัดตั้งโรงงานนมผงขึ้น ณ ตำบลหนองโพ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยได้ดำเนินการในรูปบริษัท จำกัด ใช้ชื่อว่า บริษัทผลิตภัณฑ์นมหนองโพ จำกัด และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดโรงงานนมผงหนองโพ ซึ่งขยายแบบไปจากโรงงานนมผงสวนดุสิต เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปรารภในการจัดตั้งโรงงานนมผงว่า "เมื่องานของสหกรณ์โคนมเจริญก้าวหน้าตามวัตถุประสงค์ สมาชิกสหกรณ์ต่างมีความเข้าใจในหลักสหกรณ์ และดำเนินกิจการของสหกรณ์ได้ดี ถูกต้องตามหลักของสหกรณ์ และมีหลักฐานมั่นคง จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โอนทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัทผลิตภัณฑ์นมหนองโพ จำกัด พร้อมด้วยโรงงาน ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสหกรณ์และให้สหกรณ์ดำเนินกิจการในรูปสหกรณ์ต่อไปตามพระราชประสงค์"
 
          ในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ คณะกรรมการบริหารบริษัทฯ ได้จัดสร้างโรงงานผลิตภัณฑ์นมหลังใหม่ และติดตั้งเครื่องจักรผลิตนมที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากลอย่างถูกหลักสุขภาพและอนามัย เพื่อรองรับปริมาณน้ำนมดิบที่เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ
 
          ในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระบรมราชานุมัติโอนกิจการทั้งหมดของบริษัทผลิตภัณฑ์นมหนองโพ จำกัด ให้สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด รับไปดำเนินการ และทรงรับสหกรณ์นี้ไว้ให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์
 
          ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ หลังจากโรงงานผลิตภัณฑ์นมหลังใหม่สร้างเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเปิดอาคารโรงงานผลิตภัณฑ์นมหลังใหม่ ได้มีผู้ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล เป็นจำนวนเงิน ๑๒๙,๐๐๐ บาท ซึ่งได้พระราชทานเงินทั้งหมดให้สหกรณ์นำไปใช้เป็นประโยชน์ในด้านการศึกษาแก่บุตรหลานของสมาชิก โดยสหกรณ์นำเงินจำนวนดังกล่าวจัดตั้งเป็นมูลนิธิเพื่อการศึกษา ได้รับพระราชทานนามว่า มูลนิธิพระบารมีปกเกล้า ดำเนินการจัดสรรดอกผลเป็นทุนการศึกษาให้แก่บุตรของสมาชิกตามพระราชประสงค์ ในวันที่ ๑๗ ตุลาคมของทุกปีเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน (ปี ๒๕๒๒ - ๒๕๓๙) สามารถดำเนินการจัดสรรทุนเพื่อการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับอาชีวศึกษา รวมทั้งสิ้น ๑,๓๑๗ ทุน เป็นเงิน ๗๘๐,๘๐๐ บาท อีกทั้งผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์เข้ามูลนิธิตลอดมาทุกปีเช่นกัน ปัจจุบันมูลนิธิจึงยังคงมีทุนทรัพย์ จำนวน ๑,๒๕๐,๙๘๖.๙๘ บาท ซึ่งจะได้ใช้ดำเนินการตามพระราชประสงค์ต่อไป
 
          ในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินในงานฉลองครบรอบ ๑๕ ปี ของสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) ได้ทอดพระเนตรการผลิตผลิตภัณฑ์นมภายในโรงงานของสหกรณ์ฯ การจัดแสดงนิทรรศการประวัติความเป็นมาของสหกรณ์ฯ ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ในการเลี้ยงโคนมและอุปกรณ์การผลิตนม ขณะทอดพระเนตรการจัดแสดงนิทรรศการของสหกรณ์อยู่นั้น มีพระราชกระแสรับสั่งกับคณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ว่านิทรรศการเหล่านี้จัดได้ว่าเป็นวิชาการทางหนึ่งสำหรับการศึกษาหาความรู้ของคนรุ่นหลัง จึงควรเก็บรักษาไว้โดยการสร้างพิพิธภัณฑ์ทางด้านโคนม พร้อมกันนั้นได้พระราชทานเงินจำนวน ๙๖๐,๐๐๐ บาท ให้แก่สหกรณ์เพื่อเป็นทุนในการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว
 
          อาคารพิพิธภัณฑ์โคนมก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๑ ได้รับพระราชทานนามว่า อาคารเทพฤทธิ์เทวกุล เพื่อเป็นที่ระลึกแก่หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้ซึ่งออกแบบอุปกรณ์เครื่องใช้ในการผลิตนมผงของโรงงานนมผงหนองโพ
 
วัตถุประสงค์
 
          สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) มีวัตถุประสงค์สำคัญในอันที่จะช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และช่วยตัวเองในการประกอบอาชีพ ให้มีรายได้ที่แน่นอนและมีมาตรฐานการครองชีพสูงขึ้นกว่าเดิม
 
          ในส่วนของสหกรณ์ก็มีวัตถุประสงค์หลักที่เน้นการผลิตผลิตภัณฑ์นมที่ถูกต้องตามหลักมาตรฐาน ส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการบริโภคนมที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อสมาชิกและมวลชนในสังคมทั่วไป
 
ผลการดำเนินงาน
 
          สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) ได้ดำเนินกิจการตามแนวพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดมาจนถึงปัจจุบัน เกษตรกรมีรายได้มั่นคง มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่มีปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องสถานที่จำหน่ายน้ำนมดิบ ตลอดจนโรงงานสามารถผลิตผลิตภัณฑ์นมจำหน่ายไปได้ทั่วประเทศ โดยมีกำลังการผลิตเพียงพอที่จะรองรับปริมาณน้ำนมดิบที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมผลิตได้ เมื่อประกอบกับการดำเนินงานในลักษณะของสหกรณ์ที่ผลประโยชน์ต่างๆ ส่วนใหญ่จะตกอยู่กับสมาชิกแล้วนับได้ว่าสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) คือเครื่องมือที่ใช้ในทางออกของการแก้ปัญหาและสามารถแก้ไขความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้อย่างแท้จริง ดังจะเห็นได้จากผลการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์มีความก้าวหน้าตลอดมา ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิก ๔,๗๑๑ คน
 
          ด้วยพระวิจารณญาณอันกว้างไกลที่ทรงดำริให้สร้างโรงงานขึ้นมาเพื่อให้เกษตรกรผู้ผลิตโคนมเป็นเจ้าของผลิตและจำหน่ายเอง นับแต่นั้นมาปัญหานมล้นตลาดก็หายไป สมาชิกส่วนใหญ่มีรายได้ดีขึ้นกว่าเดิม นอกจากขายน้ำนมดิบให้สหกรณ์แล้ว ลูกหลานของสมาชิกร้อยละ ๘๐ ยังทำงานในโรงงานแห่งนี้ด้วย โรงงานนี้จึงไม่ขาดแคลนแรงงาน ทั้งนี้เพราะสหกรณ์แห่งนี้ยึดแนวพระราชดำริที่เคยรับสั่งว่า "อย่าพยายามใช้กลไกมากกว่าใช้คน" กล่าวคือ เมื่อคนมีความผูกผัน มีกิจกรรมร่วมกันก็ย่อมมีความภักดีต่อองค์กร องค์กรนั้นก็ย่อมเจริญรุดหน้า เช่นเดียวกับสหกรณ์โคนหนองโพแห่งนี้ ซึ่งกลายเป็นแรงจูงใจสำคัญยิ่งที่ทำให้เกิดการรวมตัวกันตั้งเป็นสหกรณ์ของผู้เลี้ยงโคนมในภูมิภาคอื่นๆ ในเวลาต่อมา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
จำนวนคนอ่าน 1784 คน จำนวนคนโหวต 0 คน



เกี่ยวกับเรา
  • ประวัติ
  • ผู้บริหาร
  • บทบาทหน้าที่
  • วิสัยทัศน์
  • จรรยาบรรณ
  • หน่วยงานภายใน
  • หน่วยงานสื่อ

  • สถานีโทรทัศน์
  • เว็บไซต์สถานีวิทยุโทรทัศน์
    แห่งประเทศไทย
  • ดูโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์
    สถานีวิทยุ
  • เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียง
    แห่งประเทศไทย
  • ฟังวิทยุกรมประชาสัมพันธ์

  • บริการ กปส.
  • ฝากข่าว
  • แบบสอบถามความพึงพอใจ
  • ทำเนียบสื่อมวลชน
  • ภูมิปัญญาประชาสัมพันธ์
  •  
     
     


    © สงวนลิขสิทธิ์ กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซ.อารีสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพ 10400
    โทรศัพท์กลาง : 02-6182323 มหาดไทย:51274 โทรสาร : 02-6182364,02-6182399 E-mail webmaster@prd.go.th
    Facebook Twitter Barcode