กรมประชาสัมพันธ์
Untitled Document
หน้าแรก คลิปเสียง คลิปภาพ คลิปวีดีโอ ภาคภาษาอังกฤษ
FONTSIZE
ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป >> แกลลอรี่ >> พระราชกรณียกิจในความทรงจำ
รวมตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ

วันที่ 18 ต.ค. 2559 14:37:16 (จำนวนคนอ่าน 3455 คน)

ตราสัญลักษณ์
พระราชพิธีรัชดาภิเษก ๙ มิถุนายน ๒๕๑๔
 
มีปรากฏใช้เพียง ๒ แห่ง คือ บนพัดรองจำนวน ๒๐๐ เล่ม ถวายแด่พระภิกษุตั้งแต่ชั้นเจ้าคณะจังหวัดขึ้นไปตามโบราณราชประเพณี และหนังสือที่ระลึกซึ่งจัดพิมพ์ขึ้นในโอกาสนี้ มิได้มีใช้ทั่วไป อนึ่ง ตราสัญลักษณ์ที่ปรากฏในพัดรองที่ระลึกทั้ง ๒๐๐ เล่มนั้นจะไม่มีแถบข้อความว่า "ที่ระลึกพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๒๕ ปี"
 
 
 
 
ความหมายตราสัญลักษณ์พระราชพิธีรัชดาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๑๔
 
            ครั้นถึงวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๔ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรรจบครบ ๒๕ พรรษาบริบูรณ์ รัฐบาลในสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี และประชาชนชาวไทยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม เห็นชอบในอันที่จะร่วมกันแสดงความจงรักภักดี จัดงานพระราชพิธีรัชดาภิเษกขึ้นเฉลิมฉลองเป็นราชสักการะ คณะกรรมการจัดงานฯ ได้กำหนดแผนงานและเตรียมการดำเนินงานเพื่อให้พระราชพิธีเป็นไปโดยสมบูรณ์สมพระเกียรติ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในอาณาประชาราษฎร มีพระราชดำริบ้านเมืองยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ ควรมุ่งพัฒนาเพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนและไม่ควรจัดงานให้มโหฬาร ด้วยทรงเกรงจะเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ จึงพระราชทานพระราชกระแสปรารภแก่รัฐบาลว่า "ขอให้ทำโดยประหยัด" คณะกรรมการจัดงานฯ จึงได้น้อมเกล้าฯ รับพระราชกระแสด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และได้สนองพระราชประสงค์โดยจัดงานให้เน้นหนักไปในทางที่เป็นการพัฒนาบ้านเมืองเพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่ประชาราษฎร เป็นต้นว่า สร้างโรงเรียน จัดตั้งทุนเพื่อการศึกษา และวิจัยสร้างถนน และจัดทำสิ่งของที่ระลึก ฯลฯ เพื่อเป็นเครื่องน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรทั้งปวง
            ในการนี้ รัฐบาลได้จัดทำแบบตราสัญลักษณ์เป็นรูปพระมหามงกุฎ ประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า มีรัศมีแผ่โดยรอบ ตั้งอยู่บนวิมานเมฆ ระหว่างพระมหามงกุฎและพานมีตราโอมหรือเลข ๙ อันหมายถึง รัชกาลที่ ๙ ข้างพานมีราชสีห์และคชสีห์ ค้ำจุนเศวตฉัตรขนาบซ้ายขวา ด้านล่างมีอักษร "รัชดาภิเษก ๙ มิถุนายน ๒๕๑๔ ที่ระลึกพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๒๕ ปี”
            ตราสัญลักษณ์นี้ปรากฏใช้เพียง ๒ แห่ง คือ ภายใต้พัดรอง จำนวน ๒๐๐ เล่ม เพื่อถวายแด่พระสงฆ์ตั้งแต่ชั้นเจ้าคณะจังหวัดขึ้นไปตามโบราณราชประเพณี และหนังสือที่ระลึกซึ่งจัดพิมพ์ขึ้นในวโรกาสนี้ มิได้มีใช้ทั่วไป
 
ตราสัญลักษณ์
งานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ
๕ ธันวาคม ๒๕๓๐
 
ออกแบบโดย นายพินิจ  สุวรรณะบุณย์
ศิลปินแห่งชาติ กรมศิลปากร
 
 
 
 
ความหมายตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ
 
            ลักษณะเป็นรูปพระครุฑพ่าห์ยืนเหนือเมฆ เทิดพระแสงจักรและพระแสงตรีศูลภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎพร้อมด้วยรัศมี กลางวงพระแสงจักรมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. และมีเลขเก้าที่คอพระแสงตรีศูลองค์กลาง สองข้างซ้ายขวาของพระครุฑพ่าห์เป็นรูปคชสีห์และราชสีห์ประครองฉัตรเครื่องสูง ๗ ชั้น โดยคชสีห์อยู่เบื้องซ้าย ราชสีห์อยู่เบื้องขวา เบื้อล่างของพระครุฑพ่าห์เป็นแพรแถบมีข้อความว่า "พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐"
            ประมวลความหมายของตราสัญลักษณ์นี้ พระครุฑพ่าห์หมายถึงแผ่นดิน คือรัฐบาลและประชาชนชาวไทยเทิดทูน พระแสงจักรและพระแสงตรีศูลหรือจักรี คือพระบรมราชวงศ์จักรี และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ องค์พระแสงจักรเวียนขวา ในความหมายแห่งธรรมานุภาพ ดังพระปฐมบรมราชโองการว่าจะทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยามพระมหาพิชัยมงกุฎ พร้อมด้วยรัศมีและฉัตรเครื่องสูงสองข้าง หมายถึงราชาธิปไตย ราชสีห์หมายถึงมหาดไทยเป็นใหญ่ในฝ่ายพลเรือน และคชสีห์หมายถึงกลาโหมเป็นใหญ่ในฝ่ายทหาร ประคองฉัตรเครื่องสูงแสดงพระบรมราชอิสริยยศ หมายถึงข้าราชการทั้งสองฝ่ายร่วมกันปฏิบัติราชการแผ่นดินต่างพระเนตรพระกรรณ
            ความหมายของสีในตราสัญลักษณ์ พระครุฑพ่าห์สีแดง คือสีแห่งกำลังอำนาจ พระแสงจักรและพระแสงตรีศูลเป็นสีฟ้าอมเทา (สีโลหะ) เฟืองพระแสงจักร คอพระแสงตรีศูลและเลขเก้าที่คอพระแสงตรีศูลองค์กลางเป็นสีทอง พระปรมาภิไธยย่อ อักษร ภ. เป็นสีเหลืองนวล หมายถึงสีประจำวันจันทร์อันเป็นวันพระบรมราชสมภพ อักษร ป. เป็นสีแดง ในความหมายของปรม คือ ความเป็นใหญ่อย่างยิ่ง อักษร ร. เป็นสีน้ำเงินเข้ม ในความหมายของราชาธิราช คือพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระบรมเดชานุภาพ พื้นสีเขียว เป็นสีประจำวันพุธ ซึ่งทางโหราศาสตร์ถือว่าเป็นสิริกับวันจันทร์ พระมหาพิชัยมงกุฎและพระรัศมีเป็นสีทอง ราชสีห์เป็นสีน้ำตาล คชสีห์เป็นสีเท่าอ่อน ฉัตรเครื่องสูงแสดงพระบรมราชอิสริยยศ เป็นฉัตร ๗ ชั้น พื้นฉัตรสีแดง ลวดลายและคันฉัตรสีทอง แพรแถบเบื้องล่างเป็นสีแดง ตัวอักษรสีทอง
 
 
ตราสัญลักษณ์
งานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก
วันที่ ๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๑
 
ออกแบบโดย นายสุนทร  วิไล
นายช่างศิลปกรรม กรมศิลปากร
 
 
 
 
ความหมายตราสัญลักษณ์พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก
           
            ลักษณะเป็นรูปพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร คือพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ภายใต้สัปตปฎลเศวตฉัตรเหนือพระที่นั่งประดิษฐานพระแสงจักรพร้อมด้วยเปลวรัศมี กลางวงจักรมีอุณาโลม ทั้งหมดนี้อยู่ภายในกรอบรูปวงรี แวดล้อมด้วยเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ได้แก่ พระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกร วาลวิชนี (พัดลมและพระแส้) ฉลองพระบาท ใต้พระมหาพิชัยมงกุฎมีเลขเก้า สองข้างพระราชลัญจกรเป็นสัปตปฎลเศวตฉัตร เบื้องล่างเป็นแพรแถบมีอักษรข้อความว่า "พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก วันที่ ๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๑"
            ประมวลความหมายของตราสัญลักษณ์นี้ คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยเสด็จประทับบนพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ภายใต้สัปตปฎลเศวตฉัตร มีราชบัณฑิตคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทิศทั้งแปดเป็นผู้ถวายน้ำอภิเษกเพื่อความเป็นเจ้าเป็นใหญ่ในแผ่นดิน คือความเป็นพระมหากษัตริย์ พระแสงจักรเวียนขวาพร้อมด้วยเปลวรัศมีและอุณาโลม หมายถึงทรงมีพระบรมเดชานุภาพแผ่กระจายไปทั่วทุกสารทิศ เพื่อปกป้องคุ้มครองพสกนิกรของพระองค์ เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์และเลขเก้า หมายถึงได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์และได้เสด็จดำรงสิริราชสมบัติยืนนานยิ่งกว่าพระเจ้าแผ่นดินพระองค์อื่นๆ เมื่อนับเนื่องจนถึงวันที่ ๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๑ อันเป็นวันประกอบพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก สัปตปฎลเศวตฉัตรเป็นเครื่องแสดงพระบรมราชอิสริยยศ
            ความหมายของสีในตราสัญลักษณ์ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ พระแสงจักรเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์และสัปตปฎลเศวตฉัตรเป็นสีทองและสีขาวตามลักษณะของจริง เปลวรัศมีของพระแสงจักรเป็นสีขาว เขียว และเหลืองอันหมายถึงความโชติช่วง เจริญรุ่งเรือง พื้นภายในวงกรอบเป็นสีน้ำเงินเข้ม อันเป็นสีของราชาธิราช คือพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระบรมเดชานุภาพ เลขเก้าและกรอบรูปวงรีเป็นสีทอง สอดคล้องกับของเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ แพรแถบสีชมพูเป็นสีประจำวันอังคาร หมายถึง วันพระบรมราชสมภพในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมอัยกาธิราช ซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่ประกอบพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก
ตราสัญลักษณ์
งานฉลองสิริราชสมบัติ ครบ ๖๐ ปี
พระราชพิธีกาญจนาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๓๙
 
กรมศิลปากรได้แต่งตั้งคณะกรรมการประกวดแบบและแบบตราสัญลักษณ์ที่ได้รับคัดเลือก
เป็นผลงานของ นางสาววิยะดา  เจริญสุข
 
 
 
 
ความหมายตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี
 
            ตราพระราชลัญจกรเป็นตราประจำพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ มีตราพระบรมราชวงศ์จักรี และพระมหามงกุฎอยู่ด้านบนเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี มีพานเครื่องสูง ๒ ชั้น เทินรัฐธรรมนูญที่เป็นเครื่องหมายแสดงถึงการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยมีช้าง ๒ เชือกเทินตราอยู่ภายใต้เศวตฉัตร โดยมีความหมายได้หลายทาง ดังนี้ ความหมายที่ ๑ ช้างเป็นพาหนะของพระเจ้าแผ่นดิน เป็นเหมือนข้าช่วงใช้ของพระมหากษัตริย์ จึงเปรียบได้กับประชาชน ซึ่งเป็นเหมือนข้ารับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทในสัญลักษณ์ จึงเสมือนพสกนิกรเทิดทูน และเชิดชูองค์พระมหากษัตริย์และราชวงศ์จักรี ขณะเดียวกันก็ได้อยู่เย็นเป็นสุขภายใต้ร่มฉัตร ความหมายที่ ๒ ช้างเผือกเป็นสัตว์คู่บารมีขององค์พระมหากษัตริย์ อีกทั้งตามความเชื่อทางพราหมณ์ ช้างเผือกที่มีลักษณะตรงตามตำราจะมีส่วนช่วยหนุนให้เกิดทั้งทางแสนยานุภาพ และปรีชาสามารถ ความรอบรู้แก่องค์พระมหากษัตริย์ จึงแสดงความเป็นผู้มีบุญญาธิการ และทรงพระปรีชาญาณ ความหมายที่ ๓ ช้างมีความเป็นมาคู่กับประวัติศาสตร์ของชาติมาโดยตลอด อีกทั้งเป็นสัญลักษณ์ที่เคยใช้ในธงชาติไทยในอดีต และเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนยาว จึงเปรียบกับประเทศไทย ซึ่งมีอายุและประวัติศาสตร์ยาวนานเช่นกัน ความหมายอื่นๆ ช้างเป็นหนึ่งในสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ที่สมควรช่วยกันอนุรักษ์พันธุ์ไว้ การนำมาใช้ในสัญลักษณ์ก็หวังผลต่อเนื่องที่อาจจะช่วยกระตุ้นให้คนมองเห็นถึงความสำคัญของช้าง และความสำคัญของสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์และช่วยกันเกื้อกูลอนุรักษ์ไว้บ้าง และหากแม้ว่าวันข้างหน้าสูญพันธุ์ไป อย่างน้อยก็มีรูปพรรณและความเป็นมาของช้างเหลือไว้ในสัญลักษณ์ให้คนรุ่นหลังระลึกถึงกันบ้าง
ตราสัญลักษณ์
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ
๕ ธันวาคม ๒๕๔๒
 
กรมศิลปากรได้แต่งตั้งคณะกรรมการประกวดแบบและแบบตราสัญลักษณ์ที่ได้รับคัดเลือก
เป็นผลงานของ นายนิรันดร์  ไกรสรรัตน์
 
 
 
 
ความหมายตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒
 
            อักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎอยู่ตรงกลางตราสัญลักษณ์ฯ ประดิษฐานอยู่เหนือพระที่นั่งอัฐทิศ เป็นการแสดงความหมายว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนไทยทั้งชาติ ทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยวและเคารพบูชาอย่างสูงสุดของประชาชน สีเหลืองของอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. เป็นสีประจำวันพระราชสมภพอยู่บนพื้นวงกลมสีน้ำเงิน ซึ่งหมายถึงพระมหากษัตริย์ ล้อมรอบด้วยตราพระแสงจักรและมีเลข ๙ บนอักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. ซึ่งหมายถึงทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ มีสัปตปฎลเศวตฉัตรประกอบอยู่ ๒ ข้างซ้าย - ขวา และมีนพปฎลมหาเศวตฉัตรประดิษฐานอยู่เบื้องบนสุด
            เส้นกรอบรอบนอกที่ออกแบบให้มีลักษณะเป็น ๔ แฉก หรือ ๔ ส่วน แทนประชาชนชาวไทยทั่วทุกภาคของประเทศที่อยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระองค์ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข สีพื้นที่ใช้จึงเป็นโทนสีเขียว อันแสดงถึงความสงบร่มเย็นและอุดมสมบูรณ์ มีดอกบัว ๔ ดอก แทรกตรงกลางระหว่างแฉกทั้ง ๔ แสดงความหมายเป็นการเทิดทูนบูชาในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ
            รัศมีทองโดยรอบตราสัญลักษณ์ฯ เปรียบได้ดังพระบุญญาบารมี พระมหากรุณาธิคุณและน้ำพระราชหฤทัยที่แผ่ไพศาลไปทั่วทุกทิศทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก ยังความปลาบปลื้มมาสู่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า
            เบื้องล่างตราสัญลักษณ์ฯ ออกแบบเป็นแพรแถบสีน้ำเงินแสดงข้อความพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒
 
 
ตราสัญลักษณ์
งานฉลองสิริราชสมบัติ ครบ ๖๐ ปี
พุทธศักราช ๒๕๔๙
 
ออกแบบโดย นายสมชาย  ศุภลักษณ์อำไพพร
นายช่างศิลปกรรม กรมศิลปากร
 
 
 
 
ความหมายตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติ ครบ ๖๐ ปี
           
            อักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. สีเหลืองนวลทอง อันเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพขลิบรอบตัวอักษรด้วยสีทองบนพื้นสีน้ำเงินเจือทอง อันเป็นสีประจำสถาบันพระมหากษัตริย์ ล้อมด้วยเพชรอันเป็นเอกแห่งรัตนะ หมายว่า เหล่านักปราชญ์ ราชกวีสำคัญ อีกบรรดาช่างอันมีชื่อ พระยาช้างสำคัญ นางงาม เหล่าทแกล้วทหาร ข้าราชบริพาร อันยอดฝีมือในการปฏิบัติราชการอย่างสุจริตยิ่ง เหล่านี้เปรียบด้วยเพชรอันชื่อว่ารัตนะ แวดล้อมประดับพระเกียรติยศแห่งพระมหากษัตริยาธิราชพระองค์นั้น อันเหนือยิ่งกว่าเพชรอันได้ชื่อว่ารัตนะทั้งปวง คือ พระมหากษัตริย์ผู้ทรงสถิตเป็นเพชรอันยอดค่ายิ่งในดวงใจราษฎร์ ทรงบำบัดทุกข์ผดุงสุขเป็นที่พึ่งอันเกษมสุขร่มเย็นแก่ปวงพสกนิกร ซึ่งต่างเชื้อชาติศาสนาในพระราชอาณาจักรของพระองค์
            อนึ่ง อักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. นี้ ประดิษฐานบนพระที่นั่งภัทรบิฐภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎประกอบพระอุณาโลม อันเป็นหนึ่งในเครื่องเบญจสิริราชกกุธภัณฑ์ แวดล้อมด้วยพระแสงขรรค์ชัยศรีและพระแส้ขนหางจามรีทอดสอดอยู่ในกงพระที่นั่งภัทรบิฐ เบื้องซ้ายแห่งพระมหาพิชัยมงกุฎ มีธารพระกรและพระพัชนีฝักมะขามทอดสอดอยู่เบื้องขวาแห่งกงพระที่นั่งภัทรบิฐอันประดิษฐานบนฐานเขียง ซึ่งทอดฉลองพระบาทประดิษฐานอยู่ เหล่านี้รวมเรียกว่าเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ประกอบด้วยสิ่งอันแสดงความเป็นกษัตริย์ทั้ง ๕ คือ พระมหาพิชัยมงกุฎ ๑ พระแสงขรรค์ชัยศรี ๑ ธารพระกร ๑ พัดวาลวิชนีและพระแส้ ๑ ฉลองพระบาท ๑ หมายถึงปีแห่งการเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ ล่างลงมาเป็นแพรแถบสีชมพูขลิบทองเขียนอักษรสีทอง ความว่า ฉลองสิริราชสมบัติ ครบ ๖๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๔๙ ปลายแห่งแพรแถบผูกเป็นภาพกระบี่เป็นวานรกายขาวมือถือก้านลายซุ้ม อันเป็นกรอบลายของตราสัญลักษณ์ฯ อยู่ด้านขวา ส่วนด้านซ้ายปลายแพรแถบผูกเป็นภาพครุฑ เป็นครุฑหน้าขาวกายสีเสนปนทอง มือถือก้านลายกรอบแห่งตราสัญลักษณ์ฯ พื้นภาพตราสัญลักษณ์ฯ เฉลิมพระเกียรติทั้งหมดสีเขียวปนทอง อันหมายถึงสีอันเป็นเดชแห่งวันพระบรมราชสมภพ และยังหมายถึงสีของความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์แห่งผืนภูมิประเทศที่ทรงปกครองทำนุบำรุงอย่างหนักยิ่งมาตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติมา ณ บัดนี้มหามงคลสมัยที่จะฉลองเฉลิมพระเกียรติในการครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี อันยาวนานที่สุดยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในพระราชพงศาวดารในสยามประเทศ
ตราสัญลักษณ์
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
๕ ธันวาคม ๒๕๕๐
 
ออกแบบโดย นายสุเมธ  พุฒพวง
นักวิชาการช่างศิลป์ กรมศิลปากร
 
 
 
 
ความหมายและองค์ประกอบตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐
           
            ๑. พระราชลัญจกร รัชกาลที่ ๙ ซึ่งแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
            ๒. พระมหาพิชัยมงกุฎอยู่ด้านบน โดยด้านหลังเป็นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร รวมทั้งพระเศวตฉัตร ๗ ชั้น ขนาบคู่
                 ทั้ง ๒ ด้าน แสดงถึงเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์
            ๓. เลขไทย ๘๐ เพชร ๘๐ เม็ด อันเป็นปีที่เฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
            ๔. แบบแถบสีชมพู บอกชื่อตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ 
            ๕. พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ เป็นพระที่นั่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับในพระราชพิธีพระบรมราชา
                ภิเษกให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพารถวายพระพร ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราช
                วินิจฉัยให้เขียนดอกพิกุล จำนวน ๙ ดอก บริเวณพระแท่นลา
            พระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ ๙ เป็นภาพพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ประกอบด้วยวงจักร กลางวงจักรมีอักขระเป็นอุณาโลม รอบวงจักรมีรัศมีเปล่งออกโดยรอบ เหนือวงจักรเป็นพระเศวตฉัตร ๗ ชั้น ตั้งอยู่บนพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ อันหมายถึงพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ มีพระบรมเดชานุภาพเป็นใหญ่ในแผ่นดิน โดยในการพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก พระองค์ได้ประทับเหนือพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ตามโบราณราชประเพณีและสมาชิกรัฐสภาได้ถวายน้ำอภิเษกจากทิศทั้งแปดเป็นครั้งแรกแทนราชบัณฑิต ส่วนพระแท่นลานั้นโรยด้วยดอกพิกุลเงินพิกุลทอง ๙ ดอก พระราชลัญจกรล้อมด้วยเพชร ๘๐ เม็ด หมายถึงพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
            ด้านบนพระราชลัญจกรเป็นพระมหาพิชัยมงกุฎ อันเป็นเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ และเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นสมเด็จพระบรมราชาธิราช ภายในพระมหาพิชัยมงกุฎเป็นเลข ๙ หมายถึงรัชกาลที่ ๙ พระมหาพิชัยมงกุฎนั้นอยู่ด้านหน้าพระนพปฏลมหาเศวตฉัตร ซึ่งอยู่กึ่งกลางและขนาบข้างด้วยพระเศวตฉัตร ๗ ชั้น อันเป็นเครื่องแสดงพระราชอิสริยยศอันยิ่งใหญ่ของพระมหากษัตริย์ ด้านล่างพระราชลัญจกรเป็นเลข ๘๐ หมายถึงพระองค์มีพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ถัดจากเลขไทยลงมาเป็นแถบแพรบอกชื่องานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ แพรแถบนอกจากบอกชื่องานพระราชพิธีแล้วยังรองรับประคองพระเศวตฉัตรด้วย
ตราสัญลักษณ์
งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
 
ออกแบบโดย นายศิริ  หนูแดง
ความหมายตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
 
            อักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. สีเหลืองทอง อันเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพ อยู่กลางตราสัญลักษณ์ ขลิบรอบตัวอักษรด้วยสีทอง บนพื้นวงกลมสีน้ำเงิน ล้อมรอบด้วยกรอบโครงเรียบสีเหลืองทองหมายความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนไทยทั้งชาติ ด้านบนอักษรพระปรมาภิไธยเป็นเลข ๙ หมายถึงพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เลข ๙ นั้น อยู่ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ อันเป็นเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ และเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นสมเด็จพระบรมราชาธิราช ถัดลงมาด้านข้างซ้ายขวาของอักษรพระปรมาภิไธยมีลายพุ่มข้าวบิณฑ์สีทอง ซึ่งมีสัปตปฎลเศวตฉัตรประดิษฐานอยู่เบื้องบน ด้านนอกสุดเป็นกรอบโค้งมีลวดลายสีทองบนพื้นสีเขียว หมายถึงสีอันเป็นเดชแห่งวันพระบรมราชสมภพ อีกทั้งยังหมายถึงความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์และความสงบร่มเย็น ด้านล่างอักษรพระปรมาภิไธยเป็นรูปกระต่ายสีขาว กระต่ายนั้นทรงเครื่องอยู่ในลักษณะกำลังก้าวย่าง อันหมายถึงปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ตรงกับปีเถาะ ซึ่งมีกระต่ายเป็นเครื่องหมายแห่งปีนักษัตร โดยรูปกระต่ายอยู่บนพื้นสีน้ำเงิน มีลายกระหนกสีทอง อันหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทยภายใต้พระบรมโพธิสมภาร เบื้องล่างตราสัญลักษณ์เป็นแพรแถบสีชมพูขลิบทอง เขียนอักษรสีทอง ความว่า พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ตราสัญลักษณ์พระราชพิธีรัชดาภิเษก ๙ มิถุนายน ๒๕๑๔
ตราสัญลักษณ์งานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐
ตราสัญลักษณ์งานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๑
ตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติ ครบ ๕๐ ปี พระราชพิธีกาญจนาภิเษก ๒๕๓๙
ตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒
ตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติ ครบ ๖๐ ปี ๒๕๔๙
ตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐
ตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
 
ข้อมูลจากหนังสือ
ตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
เจ้าของ
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
ISBN 978-974-417-482-6
 
 
ตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๗๐ ปี
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ความหมายของตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๗๐ ปี
           
            อักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. สีเหลืองนวลทอง เป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพ ขอบริมอักษรสีทองบนพื้นสีขาบเข้ม (น้ำเงินแก่) เป็นสีประจำสถาบันพระมหากษัตริย์ ภายในกรอบลายทองปนนากมีลายเนื่องสีทองมากกว่า ๗๐ ดวง เป็นการถวายพระพรให้ทรงสถิตดำรงในสิริราชสมบัติมากกว่าปีที่ ๗๐ ให้สถาพรโดยสวัสดีเป็นอเนกอนันต์ ยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใด
            อักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. และกรอบลายทองปนนากนี้สถิตอยู่ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ประกอบพระอุณาโลมสีทอง แวดล้อมด้วยพระแสงขรรค์ชัยศรี และพระแส้จามรีอยู่เบื้องซ้ายแห่งพระมหาพิชัยมงกุฎ มีธารพระกรและพัชนีฝักมะขาม อยู่เบื้องขวา มีฉลองพระบาททอดอยู่ที่ปลายพระแสงและธารพระกรนั้นเบื้องล่าง รวมเรียกว่าเครื่องเบญจสิริราชกกุธภัณฑ์ เป็นนิมิตหมายแห่งการฉลองสิริราชสมบัติ ล่างลงมาเป็นแพรแถบสีหงชาด (ชมพู) ขลิบทอง เขียนอักษรสีทอง ความว่า ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๗๐ ปี ปลายด้านขวาของแพรแถบระบุ พ.ศ. ๒๔๘๙ อันเป็นปีที่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ปลายด้านซ้ายของแพรแถบระบุ พ.ศ. ๒๕๕๙ แสดงกาลเวลาที่ล่วงมา ๗๐ ปีตราบจนปัจจุบัน

  จำนวนคนโหวต 22 คน
โหวตคะแนนให้ข่าว/บทความนี้
1 2 3 4 5

  ระดับ 

  ให้ 1 คะแนน
0%
  ให้ 2 คะแนน
0%
  ให้ 3 คะแนน
0%
  ให้ 4 คะแนน
 
5%
  ให้ 5 คะแนน
 
95%
สายด่วน 1257 โทรสาร 0 2618 2357
Website : www.prd.go.th